<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thailand Business News ข่าวออนไลน์  และ  ศูนย์รวมข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ Press Release &#187; ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น</title>
	<atom:link href="http://thaibiznews.net/category/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaibiznews.net</link>
	<description>Thailand Business News ข่าวออนไลน์  และ  ศูนย์รวมข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ Press Release</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 May 2012 17:21:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>บลจ.ทิสโก้ คว้าจังหวะหุ้นไทยปรับฐาน ส่งกองทาร์เก็ตฟันด์ลุยหุ้นไทย ตั้งเป้าไม่เกิน 8 เดือน รีเทิร์น 8%</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 May 2012 17:21:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1947</guid>
		<description><![CDATA[&#160; บลจ. ทิสโก้ คว้าจังหวะหุ้นไทยปรับฐาน ส่ง “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 4 ลุยลงทุนในหุ้นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ชี้สัญญาณหุ้นไทยยังสดใส  แนะลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทน โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ 8%  ภายในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 8 เดือน เสนอขายครั้งเดียว 24 – 30 พ.ค. 55 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท &#160; TISCO Wealth  โดยนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory  Mutual &#38; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/Thai-Equity.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1949" title="Thai-Equity" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/Thai-Equity-212x300.jpg" alt="" width="212" height="300" /></a></p>
<p>บลจ. ทิสโก้ คว้าจังหวะหุ้นไทยปรับฐาน ส่ง “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 4 ลุยลงทุนในหุ้นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ชี้สัญญาณหุ้นไทยยังสดใส  แนะลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทน โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรไว้ที่ 8%  ภายในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 8 เดือน เสนอขายครั้งเดียว 24 – 30 พ.ค. 55 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 20,000 บาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>TISCO Wealth  โดยนายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory  Mutual &amp; Private Fund Business, TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า  เพื่อตอบโจทย์ด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้นไทย และสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ ในช่วงที่หุ้นไทยมีการปรับฐานลงมา    TISCO Wealth บริการบริหารความมั่งคั่งครบวงจรจากทิสโก้ จึงได้เปิดเสนอขาย  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 4” (TISCO Thai Equity Trigger 8% Fund # 4)  ซึ่งเป็นกองทาร์เก็ตฟันด์ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไว้ที่ 8%  โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนในหุ้น และสามารถรับความเสี่ยงของการลงทุนได้</p>
<p>โดย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% #4” มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท มีอายุโครงการประมาณ 8 เดือน หรือสามารถเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ หากสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือ NAV มีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.90บาท โดยบริษัทจัดการจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติทั้งหมดในวันทำการที่ 5 นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่กองทุนสร้างผลตอบแทนถึง 8% โดยจะเสนอขายครั้งเดียว (IPO) ระหว่างวันที่ 24 – 30 พ.ค. 55 นี้ มูลค่าซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท</p>
<p>ทั้งนี้ TISCO Wealth  มองว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยที่ปรับฐานลงในรอบนี้ มาจากนักลงทุนต่างชาติมีการเทขายหุ้นในภูมิภาคเอเชียอย่างหนัก  แต่นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนไทยที่จะเข้าลงทุนเพิ่ม เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของไทย ซึ่งเศรษฐกิจกำลังขยายตัวอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนก็ยังมีการเติบโตที่สูง  ดังนั้นกลุยทธ์การลงทุนที่แนะนำคือ “เข้าลงทุน” เนื่องจากดัชนีหุ้นได้ปรับฐานลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 1,150 จุด โดยมองดัชนีเป้าหมายของปีนี้ ที่ระดับ 1,300 จุด Upside ประมาณ 13% จากปัจจัยบวกด้านความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ปี 2012 จากระดับ 4.9% เป็น 6.0% โดยคาดภาวะเศรษฐกิจจะขยายตัวเต็มศักยภาพในช่วงไตรมาสที่ 3 – 4 รวมถึงอัตราการขยายตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยในระดับ 25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ระดับ 11.8%  จึงนับเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทน ซึ่ง กองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% #4  จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับนักลงทุน</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้สนใจกองทุนดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยปรับกลยุทธ์ เล็งตลาดต่างจังหวัด โอกาสกว่า 500,000 ล้านบาท</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 May 2012 05:35:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1942</guid>
		<description><![CDATA[กสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยยังมีโอกาส ตลาดต่างจังหวัดยังน่าสนใจ สร้างโอกาสทางธุรกิจในท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สนองความต้องการของท้องถิ่น ชี้ 9 จังหวัด มูลค่าโครงการกว่า 5 แสนล้าน คาดทั้งปี 2555 สินเชื่อรายใหญ่ โตประมาณ 8-9% &#160; นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเดินหน้าเต็มที่ โดยปัจจัยในประเทศที่โดดเด่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ก็คือ การเติบโตทางธุรกิจของเมืองหลักใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น โคราช อุดรธานี ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต      สุราษฎ์ธานี และสงขลา ซึ่งใน 9 จังหวัดดังกล่าว มีการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ ทั้งโครงการด้านที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5 แสนล้านบาท  ทำให้ตลาดมีความน่าสนใจในเชิงธุรกิจอย่างยิ่ง ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย จึงตั้งเป้าหมายรุกตลาดต่างจังหวัดอย่างจริงจัง โดยวางกลยุทธ์ทางธุรกิจตอบรับทุกอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบเป็นแพ็คเกจครบวงจร (Total Solution) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-316" title="kbank_logo" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo1-300x202.jpg" alt="" width="300" height="202" /></a></p>
<p>กสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยยังมีโอกาส ตลาดต่างจังหวัดยังน่าสนใจ สร้างโอกาสทางธุรกิจในท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สนองความต้องการของท้องถิ่น ชี้ 9 จังหวัด มูลค่าโครงการกว่า 5 แสนล้าน คาดทั้งปี 2555 สินเชื่อรายใหญ่ โตประมาณ 8-9%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเดินหน้าเต็มที่ โดยปัจจัยในประเทศที่โดดเด่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ก็คือ การเติบโตทางธุรกิจของเมืองหลักใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น โคราช อุดรธานี ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต      สุราษฎ์ธานี และสงขลา ซึ่งใน 9 จังหวัดดังกล่าว มีการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ ทั้งโครงการด้านที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5 แสนล้านบาท  ทำให้ตลาดมีความน่าสนใจในเชิงธุรกิจอย่างยิ่ง</p>
<p>ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย จึงตั้งเป้าหมายรุกตลาดต่างจังหวัดอย่างจริงจัง โดยวางกลยุทธ์ทางธุรกิจตอบรับทุกอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบเป็นแพ็คเกจครบวงจร (Total Solution) ทั้งการให้สินเชื่อก่อนและหลังโครงการแล้วเสร็จ การนำเสนอบริการจัดการทางการเงิน (Cash Management) รวมทั้งการดูแลสินเชื่อให้แก่คู่ค้าของธุรกิจตลอดซัพพลายเชน รวมทั้งจัดโครงสร้างทีมงานขายในพื้นที่ใหม่ กระจายตัวอยู่ในศูนย์ธุรกิจ (Business Hub) 5 จุดหลัก เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้ทันท่วงที</p>
<p>ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่จะก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่ อาทิ พลังงานทางเลือก ซึ่งตอบสนองความต้องการพลังงานของท้องถิ่นและชุมชน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และภาคการค้าส่ง ซึ่งในเบื้องต้นธุรกิจอสังหาริมทัพย์จะเป็นหัวหอกของการเติบโตในตลาดต่างจังหวัดที่สำคัญ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยได้เริ่มเข้าไปทำตลาด โดยการเจาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่ มุ่งครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจากปัจจุบันที่ 12% เป็น 25-30% ภายใน 3 ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายวศิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางความไม่น่าไว้วางใจของสภาวะเศรษฐกิจของโลก อันมาจากสถานการณ์ในประเทศกรีซ ที่อาจส่งผลให้เกิดการชะลอตัวในการค้าและการลงทุนโดยทั่วไปของโลก แต่สภาวะของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กลับยังคงมีความเข้มแข็ง โดยเห็นปริมาณการค้าในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น และส่วนใหญ่ของการเติบโตมาจากการสร้างความต้องการภายในประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้นของไทย ก็มีผลกระทบหลักเพียงบางอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพิงแรงงานสูง อาทิเช่น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนุ่งห่ม ภาคบริการอย่างโรงแรม และภาครับเหมาก่อสร้าง ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆโดยทั่วไปที่ใช้แรงงานฝีมือ จะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราค่าจ้างใหม่ จึงยังไม่ก่อให้เป็นปัจจัยลบให้แก่ภาพรวมของเศรษฐกิจ โดยเชื่อมั่นว่า จีดีพีของไทยในสิ้นปีนี้จะโตที่ 5% และสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่สิ้นปี 2555 จะเติบโตประมาณ 8-9%</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังถึงความผันผวนของตลาดในระยะสั้นและระยะกลาง อันเกิดจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของภาคพื้นยุโรป ที่จะส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูง จึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปิดความเสี่ยงของธุรกิจด้วยเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ</p>
<p>สำหรับในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทย มีการเติบโตของยอดสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่โดยรวมที่ประมาณ 1% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ที่ทดแทนการชะลอตัวของภาคการเกษตร ที่มีปัจจัยทั้งจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการประกันราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าวและมันสำปะหลัง เป็นการรับจำนำสินค้า รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในตลาดโลกที่กระทบต่อราคาและยอดส่งออก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รายได้รวมของธนาคารฯ เติบโตขึ้น 17% จากปีที่แล้ว โดยเฉพาะการเติบโตของค่าธรรมเนียมถึง 18% ที่ส่วนใหญ่เกิดจากการให้บริการธุรกรรมการค้าขายของลูกค้า หรือ Operating account services ซึ่งนับเป็นการสะท้อนภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ ตลอดจนการที่ธนาคาร ฯ ให้การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 170,000 ล้านบาท หรือกว่า 100 โครงการ นอกจากนี้ยังมีการเจาะตลาดเพิ่มในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมพลังงาน โดยยอดสินเชื่อที่ธนาคาร ฯ ปล่อยให้แก่อุตสาหกรรมเหล่านี้ เมื่อสิ้นไตรมาสแรก มีการเติบโตประมาณ 6-7%</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทิสโก้ส่งกอง “ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F” ลุยตราสารหนี้ต่างประเทศ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 May 2012 04:37:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1938</guid>
		<description><![CDATA[ทิสโก้ คว้าจังหวะเปิดขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F”   ลุยตราสารหนี้คุณภาพดีในต่างประเทศ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนคุ้มค่าเงินลงทุน ถือไม่เกิน 1 ปี เสนอขาย 23 &#8211; 28 พ.ค. 55 ที่ บลจ. ทิสโก้ และธนาคารทิสโก้ทุกสาขา TISCO Wealth โดยนายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Theeranat Rujimethapass, Managing Director of TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า  เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง พร้อมเปิดโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก TISCO Wealth บริการบริหารความมั่งคั่งครบวงจรจากทิสโก้ จึงได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F” (TISCO Fixed Income Plus Fund [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/Final_Poster-A4_Fixed-Income-Plus_1Y3F.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1939" title="Final_Poster A4_Fixed Income Plus_1Y3F" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/Final_Poster-A4_Fixed-Income-Plus_1Y3F-212x300.jpg" alt="" width="212" height="300" /></a></p>
<p>ทิสโก้ คว้าจังหวะเปิดขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F”   ลุยตราสารหนี้คุณภาพดีในต่างประเทศ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนคุ้มค่าเงินลงทุน ถือไม่เกิน 1 ปี เสนอขาย 23 &#8211; 28 พ.ค. 55 ที่ บลจ. ทิสโก้ และธนาคารทิสโก้ทุกสาขา</p>
<p>TISCO Wealth โดยนายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Theeranat Rujimethapass, Managing Director of TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า  เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง พร้อมเปิดโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก TISCO Wealth บริการบริหารความมั่งคั่งครบวงจรจากทิสโก้ จึงได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F” (TISCO Fixed Income Plus Fund 1Y3F) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ อายุประมาณ 1 ปี  โดยกองทุนดังกล่าว มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากในต่างประเทศ ไม่ต่ำกว่า 80 % ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงทั้งด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน</p>
<p>“กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F มีจุดเด่นอยู่ที่กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเป็นหลัก เช่น เงินฝากและตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บราซิล และจีน เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการความเสี่ยงสูง  แต่ต้องการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าเงินฝาก     ด้วยทางเลือกในการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศคุณภาพดี      ที่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้เต็มจำนวน” นายธีรนาถ กล่าว</p>
<p>โดย TISCO Wealth มีมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยว่า จากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แม้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาจะปรับลดลงอย่างหนักก็ตาม ประกอบกับเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาด ทำให้ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อมีโอกาสจะเร่งตัวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องทบทวนทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มปรับในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่ถ้าปรับขึ้นคาดว่าจะเป็นไปไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนจากปัญหาในยุโรป ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ คือ การลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากที่อายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มดอกเบี้ยที่ทรงตัวหรืออาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างช้าๆในช่วงปลายปีนี้ถึงปีหน้า ดังนั้นการลงทุนใน  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F”  จึงนับเป็นอีกทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ด้านการลงทุนได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>ทั้งนี้  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y3F” มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เสนอขายครั้งแรก   23 &#8211; 28  พ.ค. 55 นี้ จองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลีสซิ่งเครื่องจักร ยังแรงไม่หยุด เคเอฟ แอนด์ อี กวาดสินเชื่อไตรมาสแรกโต 92%</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 08:23:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1906</guid>
		<description><![CDATA[แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย (KF&#38;E) กวาดเป้ายอดสินเชื่อลีสซิ่งเครื่องจักรคงค้างสิ้นไตรมาสแรกโต 92% เอสเอ็มอีโตสุด ซื้อเครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าที่เสียหายจากน้ำท่วม คาดสิ้นปีได้ยอดสินเชื่อตามเป้า ก้าวขึ้นอันดับ 1 ในตลาดลีสซิ่งเครื่องจักรในอีก 2 ปี &#160; นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด (KF&#38;E) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรก ปี 2555 ผู้ประกอบการของไทยยังคงมีการนำเข้าเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง ทำให้    ณ สิ้นไตรมาสแรก ปี 2555 บริษัทมียอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 8,600 ล้านบาท เติบโตจากสิ้นไตรมาสแรกปี 2554 ประมาณ 92% โดยกลุ่มที่มีอัตราเติบโตสูงสุด คือ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำให้เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย บริการลีสซิ่งเครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อนำไปซื้อเครื่องจักรใหม่ ทดแทนของเดิม สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate &#38; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/sasawat.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1907" title="sasawat" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/sasawat-217x300.jpg" alt="" width="217" height="300" /></a></strong></p>
<p>แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย (KF&amp;E) กวาดเป้ายอดสินเชื่อลีสซิ่งเครื่องจักรคงค้างสิ้นไตรมาสแรกโต 92% เอสเอ็มอีโตสุด ซื้อเครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าที่เสียหายจากน้ำท่วม คาดสิ้นปีได้ยอดสินเชื่อตามเป้า ก้าวขึ้นอันดับ 1 ในตลาดลีสซิ่งเครื่องจักรในอีก 2 ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด (KF&amp;E) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรก ปี 2555 ผู้ประกอบการของไทยยังคงมีการนำเข้าเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง ทำให้    ณ สิ้นไตรมาสแรก ปี 2555 บริษัทมียอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 8,600 ล้านบาท เติบโตจากสิ้นไตรมาสแรกปี 2554 ประมาณ 92% โดยกลุ่มที่มีอัตราเติบโตสูงสุด คือ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ทำให้เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย บริการลีสซิ่งเครื่องจักรจึงเป็นทางเลือกเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อนำไปซื้อเครื่องจักรใหม่ ทดแทนของเดิม</p>
<p>สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate &amp; Multi-Corporate) มีการลงทุนเพื่อขยายการผลิตเพิ่มขึ้น โดยมีการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดรวมสินเชื่อลีสซิ่งเครื่องจักรเติบโตกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2554 สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมการพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และรับเหมาก่อสร้าง</p>
<p>นอกจากนั้น บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย ยังได้ขยายความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้แทนจำหน่ายเครื่องจักร (Vendor) เพิ่มจาก 136 ราย เป็น 190 ราย ทำให้มียอดการแนะนำลูกค้าใหม่จากพันธมิตรเพิ่มขึ้นกว่า 50% โดยกว่า 80% เป็นกลุ่มลูกค้าขนาดย่อม (Small) อีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าขนาดกลาง (Medium) สำหรับเครื่องจักรที่ให้การสนับสนุนมีหลากหลายประเภท เช่น เครื่อง CNC, เครื่องจักรในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง เช่น รถเครน รถขุด รถตัก และเครื่องพิมพ์</p>
<p>นายศาศวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2555 นอกจากบริษัทจะรุกธุรกิจลีสซิ่งเครื่องจักรในประเทศแล้ว ยังได้เริ่มหาช่องทางในการขยายธุรกิจไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมของบริษัท โดยได้เริ่มเข้าไปสำรวจตลาดในประเทศลาว ซึ่งมีนักธุรกิจไทยเข้าไปดำเนินธุรกิจจำนวนมาก และคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีค่าแรงงานที่ต่ำกว่า และได้รับสัมปทานโครงการขนาดใหญ่ใหม่ ๆ ในลาว โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อลีสซิ่งเครื่องจักรในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ รถขุด รถตัก และรถบรรทุกขนาดใหญ่แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีการนำเครื่องจักรไปใช้ในโครงการที่ได้รับสัมปทานในลาว ส่งผลให้บริษัทมั่นใจได้ว่าสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ 10,000 ล้านบาท และพร้อมก้าวสู่ที่ 1 ในตลาดลีสซิ่งเครื่องจักรภายใน 2 ปีตามที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บลจ.ทิสโก้ ส่ง 2 กองใหม่ ลุยตราสารหนี้ใน-ต่างประเทศ ไม่เกิน 1 ปี เปิดโอกาสรับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-2-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-2-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 14:13:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1902</guid>
		<description><![CDATA[15 พ.ค. 55  &#8211;   บลจ.ทิสโก้ คว้าจังหวะเปิดขาย 2 กองทุนใหม่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F” และ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4”  ลุยตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนให้กับนักลงทุน ถือไม่เกิน 1 ปี เปิดไอพีโอแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พ.ค. 55 ที่ บลจ. ทิสโก้ และธนาคารทิสโก้ทุกสาขา &#160; นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Theeranat Rujimethapass, Managing Director of TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ 2 กองทุน ได้แก่  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/Khun_Theeranat.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1903" title="Khun_Theeranat" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/Khun_Theeranat-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></p>
<p><strong>15 พ.ค. 55  &#8211; </strong>  บลจ.ทิสโก้ คว้าจังหวะเปิดขาย 2 กองทุนใหม่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F” และ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4”  ลุยตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนให้กับนักลงทุน ถือไม่เกิน 1 ปี เปิดไอพีโอแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พ.ค. 55 ที่ บลจ. ทิสโก้ และธนาคารทิสโก้ทุกสาขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Theeranat Rujimethapass, Managing Director of TISCO Asset Management Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ 2 กองทุน ได้แก่  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F”  และ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4”  เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง พร้อมเปิดโอกาสรับกำไรคืน พร้อมผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก</p>
<p>โดย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F” (TISCO Fixed Income Plus Fund 1Y2F) เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ อายุประมาณ 1 ปี  มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งหนี้ และ/หรือ เงินฝากในต่างประเทศ โดยลงทุนในต่างประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 80 % ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน   โดยกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงทั้งด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน กองทุนนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทน</p>
<p>สำหรับ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4”  (TISCO  Fixed Income Fund 3M4) เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และจะมีการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนดังกล่าวเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น เนื่องจากจะจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติทุกๆ  3 เดือน</p>
<p>“กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F มีจุดเด่นอยู่ที่กองทุนจะลงทุนในต่างสารหนี้ต่างประเทศเป็นหลัก เช่น เงินฝากและตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บราซิล และจีน เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูง แต่ต้องการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น      โดยการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ส่วนกองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4 เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการลงทุนความเสี่ยงสูงเช่นกัน แต่เน้นการลงทุนในระยะสั้น ๆ แต่ได้รับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก โดยจุดเด่นของทั้ง 2 กองทุนคือ มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้เต็มจำนวน ซึ่งจะช่วยให้หมดกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี” นายธีรนาถ กล่าว</p>
<p>ด้าน TISCO Wealth บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจรของกลุ่มทิสโก้ มองว่า  ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะยังคงทรงตัวที่ระดับ 3% ไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่มีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น อาจทำให้ในไตรมาส 4 คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นได้ แต่ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในตลาดจะยังไม่มีการขยับขึ้นตามในทันที  ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ คือ การลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากที่อายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงปีหน้า  ดังนั้นการลงทุนใน  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F”  และ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4”  จึงนับเป็นอีกทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ด้านการลงทุนได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>ทั้งนี้  “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้เพิ่มค่า 1Y2F” มีมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท  และ “กองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M4”  มีมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท  โดยทั้ง 2 กองทุนเปิดไอพีโอวันที่  15 – 22  พฤษภาคม 2555 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท หรือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-2-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดเทอมปีมังกร: ภาวะค่าครองชีพสูง….ผู้ปกครองชะลอกำลังซื้อหันมาคิดก่อนจับจ่าย</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 15:14:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1896</guid>
		<description><![CDATA[&#160; เปิดเทอมปีมังกร: ภาวะค่าครองชีพสูง….ผู้ปกครองชะลอกำลังซื้อหันมาคิดก่อนจับจ่าย ในช่วงเทศกาลเปิดเทอม นับว่าเป็นช่วงเวลาที่บรรดาผู้ปกครองต่างเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ของบุตร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลเปิดเทอมปี 2555 จะมีมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า โดยในช่วงเปิดเทอมปีนี้ ผู้ปกครองจะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีบุตรศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชน จะมีค่าเล่าเรียนที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5-15 หากเทียบกับปีการศึกษาก่อนหน้า ทั้งนี้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนบางส่วน จะยังคงไม่ปรับราคาขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ผู้ปกครองยังคงต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตามการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและราคาพลังงาน ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้ปกครองมีแนวโน้มชะลอลง และมีความระมัดระวังในการจับจ่ายสินค้ามากขึ้น โดยกลุ่มผู้ปกครองส่วนใหญ่มีการวางแผนก่อนการซื้อสินค้า ปรับลดการใช้จ่าย รวมทั้งชะลอการใช้จ่ายในสิ่งที่ยังไม่จำเป็นออกไป เปิดเทอมปี’55…..ผู้ปกครองหวั่นภาระค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียนพุ่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่นักเรียนต่างเตรียมตัวเพื่อเปิดภาคเรียนใหม่ ในขณะเดียวกันเหล่าบรรรดาผู้ปกครองก็ต่างเตรียมจัดสรรและกันเงินส่วนหนึ่งสำหรับภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรหลาน โดยในช่วงเปิดเทอมปีนี้ บรรดาผู้ปกครองยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันกับภาวะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากภาวะค่าครองชีพสูง และค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาของบุตรที่เพิ่มขึ้น โดยภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีทิศทางราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังจากช่วงที่เกิดวิกฤตมหาอุทกภัย ประกอบกับทิศทางขาขึ้นของราคาน้ำมันและพลังงานเชื้อเพลิงต่างๆ ยิ่งผลักดันให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า รวมทั้งราคาจำหน่ายปรับตัวเพิ่มตามไปด้วย ทั้งนี้ ส่งผลให้ภายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/09/kbank_logo1-300x202.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-757" title="kbank_logo1-300x202" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/09/kbank_logo1-300x202.jpg" alt="" width="300" height="202" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เปิดเทอมปีมังกร: ภาวะค่าครองชีพสูง….ผู้ปกครองชะลอกำลังซื้อหันมาคิดก่อนจับจ่าย<br />
ในช่วงเทศกาลเปิดเทอม นับว่าเป็นช่วงเวลาที่บรรดาผู้ปกครองต่างเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ของบุตร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลเปิดเทอมปี 2555 จะมีมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า โดยในช่วงเปิดเทอมปีนี้ ผู้ปกครองจะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีบุตรศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชน จะมีค่าเล่าเรียนที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5-15 หากเทียบกับปีการศึกษาก่อนหน้า ทั้งนี้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนบางส่วน จะยังคงไม่ปรับราคาขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ผู้ปกครองยังคงต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตามการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและราคาพลังงาน ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้ปกครองมีแนวโน้มชะลอลง และมีความระมัดระวังในการจับจ่ายสินค้ามากขึ้น โดยกลุ่มผู้ปกครองส่วนใหญ่มีการวางแผนก่อนการซื้อสินค้า ปรับลดการใช้จ่าย รวมทั้งชะลอการใช้จ่ายในสิ่งที่ยังไม่จำเป็นออกไป<br />
เปิดเทอมปี’55…..ผู้ปกครองหวั่นภาระค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียนพุ่ง<br />
ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่นักเรียนต่างเตรียมตัวเพื่อเปิดภาคเรียนใหม่ ในขณะเดียวกันเหล่าบรรรดาผู้ปกครองก็ต่างเตรียมจัดสรรและกันเงินส่วนหนึ่งสำหรับภาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรหลาน โดยในช่วงเปิดเทอมปีนี้ บรรดาผู้ปกครองยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันกับภาวะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากภาวะค่าครองชีพสูง และค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาของบุตรที่เพิ่มขึ้น<br />
โดยภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีทิศทางราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังจากช่วงที่เกิดวิกฤตมหาอุทกภัย ประกอบกับทิศทางขาขึ้นของราคาน้ำมันและพลังงานเชื้อเพลิงต่างๆ ยิ่งผลักดันให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า รวมทั้งราคาจำหน่ายปรับตัวเพิ่มตามไปด้วย ทั้งนี้ ส่งผลให้ภายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.47 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p>สำหรับภาระค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาของบุตรในปีนี้ คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในส่วนของค่าเล่าเรียน ค่าเรียนเสริมทักษะและเรียนกวดวิชาต่างๆ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลเปิดเทอมปี 2555 จะมีมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวจำแนกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้<br />
 ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังคงเป็นค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่จ่ายให้กับทางโรงเรียน (ประมาณร้อยละ 33.3) แม้ว่าทางภาครัฐ จะมีการดำเนินนโยบายเรียนฟรี 15 ปี รวมทั้งการอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียนและหนังสือเรียน แต่การดำเนินนโยบายดังกล่าว สามารถช่วยบรรเทาภาระของผู้ปกครองบางส่วนเท่านั้น อีกทั้งค่าเล่าเรียนที่ทางรัฐบาลสนับสนุนจะครอบคลุมเฉพาะโรงเรียนในสังกัดของรัฐบาล สำหรับกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ภายในโรงเรียนเอกชน นอกจากยังคงต้องมีภาระค่าเล่าเรียนที่สูงกว่าโรงเรียนรัฐบาล และค่าเล่าเรียนในโรงเรียนเอกชนปีนี้ ปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 บาท สำหรับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5-10) และประมาณ 5,000-6,000 บาท สำหรับระดับอุดมศึกษา (หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10-15) โดยการปรับขึ้นของค่าเล่าเรียนส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่สถานศึกษาวางแผนเพื่อรองรับกับค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือนอาจารย์ และบุคลากรที่จะเพิ่มขึ้น จากการปรับขึ้นเงินเดือนอาจารย์ระดับปริญญาตรีตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2555 และค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทสำหรับพนักงานตั้งแต่เดือนเมษายน 2555<br />
 ค่าเรียนกวดวิชา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น การซื้อคอมพิวเตอร์ กลายเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญอีกส่วนหนึ่งสำหรับการศึกษาของบุตร (ประมาณร้อยละ 29.3) เนื่องจาก ปัจจุบันภาวะการแข่งขันทางการศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนบางกลุ่มต่างมีความเชื่อว่าการเรียนกวดวิชาเพิ่มเติม จะสามารถช่วยเพิ่มพูนความรู้ และทักษะในการทำข้อสอบมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ จึงทำให้มีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยเต็มใจที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ โดยเฉลี่ยอัตราค่าเรียนพิเศษจะคิดเป็นรายวิชา เฉลี่ยวิชาละ 2,500-3,000 บาทสำหรับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา และมีอัตราค่ากวดวิชาจะเพิ่มขึ้นเป็นวิชาละ 3,000-5,500 บาทสำหรับเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา<br />
 ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ประมาณร้อยละ 19.6) เช่น ค่ากิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียน (ค่ากิจกรรมวิชาการ กิจกรรมทัศนศึกษา การให้บริการสารสนเทศ) รวมทั้งค่าเรียนเสริมทักษะต่างๆ (ทักษะทางด้านดนตรี วาดภาพ ว่ายน้ำ คอมพิวเตอร์และภาษาต่างประเทศ) ซึ่งผู้ปกครองจะมีภาระในส่วนนี้โดยเฉลี่ยประมาณเดือนละ 1,500-2,000 บาท ทั้งนี้ ในส่วนของการเรียนเสริมทักษะ เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในชั้นเรียน ผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและเลือกที่จะส่งเสริมให้ลูกได้มีกิจกรรมยามวางตามที่มีความสนใจ โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่เห็นว่าการทำกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ลูกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ยังเป็นการฝึกสมาธิ และช่วยให้ลูกผ่อนคลายจากความเครียดจากการเรียน<br />
 ค่าใช้จ่ายในส่วนเครื่องแบบนักเรียน หนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียน (ประมาณร้อยละ 17.8) โดยภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะมีการปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจาก ภาครัฐได้มีการให้เงินอุดหนุนสำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนของเครื่องแบบนักเรียน หนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนแก่เด็กนักเรียน โดยจะทำการอุดหนุนในรูปแบบของการจ่ายเงินสมทบ ประกอบกับภาวะการแข่งขันในตลาดในกลุ่มสินค้าเครื่องแบบนักเรียน และเครื่องเขียนมีการแข่งขันค่อนข้างสูงในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งทำให้ยากต่อการที่ผู้ประกอบการจะปรับเพิ่มราคาจำหน่าย นอกจากนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ อย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาดังกล่าว<br />
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าค่าใช้จ่ายในส่วนของเครื่องแบบนักเรียน หนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนจะได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ แต่เงินสมทบที่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้บางส่วน เนื่องจากจำนวนเงินสมทบยังคงมีภายใต้วงเงินที่จำกัด ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เพียงพอต่อการซื้อเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนเพียงบางส่วนเท่านั้น ประกอบกับขั้นตอนในการขอรับเงินสมทบดังกล่าว ผู้ปกครองจำเป็นต้องสำรองจ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อน และนำใบเสร็จในการซื้อสินค้าไปเบิกคืนได้ในภายหลัง ทำให้ผู้ปกครองยังคงต้องเตรียมจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวอยู่เช่นเดิม<br />
ช่วงเปิดเทอมปี’55&#8230;&#8230;.ผู้ปกครองวางแผนการจับจ่าย ยึดหลักคิดก่อนซื้อ</p>
<p>สำหรับการจัดสรรเงินสำหรับค่าใช้จ่ายทางการศึกษาบุตรในปีนี้ ภายใต้แรงกดดันจากภาวะค่า<br />
ครองชีพสูง และแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนบุตร ส่งผลการจับจ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมปีนี้ มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยมีการวางแผนการใช้จ่าย และการจัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นภายในช่วง 1-2 เดือนนี้ ทั้งนี้ สำหรับในเรื่องของการศึกษาบุตร ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญและจัดให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าเล่าเรียน ค่าเรียนกวดวิชาและเสริมทักษะต่างๆ โดยผู้ปกครองยังคงจัดสรรเงินสำหรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ และเลือกที่จะลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่มีความสำคัญน้อยกว่า และไม่กระทบต่อการเรียนของบุตรหลาน เช่น การซื้อเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน อีกทั้งยังรวมไปถึง การลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของครอบครัวที่มีความสำคัญในลำดับรองลงมา เช่น การท่องเที่ยว และการซื้อสินค้าต่างๆ รวมทั้งการเลี้ยงสังสรรค์<br />
โดยแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมของผู้ปกครอง มีดังนี้<br />
 การลดค่าใช้จ่ายในส่วนของเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แม้ว่าผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ จะยังคงไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่าย แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องลดภาระการใช้จ่ายในส่วนนี้ ทั้งนี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะวางแผนการจับจ่าย โดยจะดูจากขนาดและสภาพของเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ของบุตร หากเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนเก่ายังคงมีสภาพที่สามารถใส่ได้ ไม่ชำรุดและไม่มีขนาดเล็กจนเกินไป ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกจะใช้งานต่อไป อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องซื้อเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนใหม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะหันไปเลือกซื้อจากแหล่งที่มีการจัดรายการโปรโมชั่นลดราคาในกลุ่มสินค้า Back to School ซึ่งนับว่าเป็นแนวทางในการทำตลาดทางหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการค้าปลีกนิยมมาก ทั้งในร้านค้าปลีกที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ห้างสรรพสินค้า ตลอดจน ดิสเคาน์สโตร์ต่างๆ<br />
 การลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของครอบครัว โดยอาจเลือกลดในส่วนของการใช้จ่ายที่ไม่ใช่สิ่งสำคัญและ ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนออกไป ภายในช่วงก่อนเปิดเทอม เช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ของคนในครอบครัว (การท่องเที่ยว การซื้อเสื้อผ้าและสินค้าต่างๆ การทานอาหารนอกบ้าน รวมถึงการร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ) โดยอาจเลือกทำกิจกรรมอื่นที่มีค่าใช้จ่ายน้อยลง หรือใช้เวลาว่างทำกิจกรรมภายในบ้านเพื่อลดภาระการใช้จ่ายของครอบครัวลง<br />
โดยสรุป ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของครอบครัว โดยภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่จ่ายให้แก่บุตรหลานเพื่อการศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากค่าธรรมเนียมทางการศึกษาที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในส่วนของกิจกรรมการศึกษา และการเรียนเสริมทักษะภายนอกชั้นเรียน ที่มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทำให้บรรดาผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลเปิดเทอมปี 2555 จะมีมูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 6 จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ การจับจ่ายของผู้ปกครองในช่วงก่อนเปิดเทอม ภายใต้แรงกดดันจากภาวะค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่วางแผนในการเลือกซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น เพื่อจัดสรรเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของบุตรโดยตรง เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าเรียนกวดวิชา และค่าเรียนเสริมทักษะ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต่างเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ โดยการลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอม ผู้ปกครองอาจลดการใช้จ่ายในส่วนที่คิดว่าจะสามารถลดลงได้ และไม่กระทบต่อการศึกษาของบุตรมากนัก หรือมีความสำคัญในลำดับรองลงมา เช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ที่จะคำนึงถึงความประหยัด รวมทั้ง อาจจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว เช่น การท่องเที่ยว การซื้อสินค้า และการสังสรรค์<br />
อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี และอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องแบบนักเรียน หนังสือและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แต่ค่าเล่าเรียนที่รัฐบาลสนับสนุนนั้น ครอบคลุมนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนสังกัดภาครัฐ ประกอบกับค่าเครื่องแบบนักเรียน หนังสือและอุปกรณ์การเรียน ก็ยังคงให้การอุดหนุนในวงเงินที่จำกัด และช่วยลดภาระของผู้ปกครองได้เพียงบางส่วนเท่านั้น<br />
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าผู้ปกครองในยุคปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการส่งบุตรหลานไปเรียนกวดวิชามากขึ้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ค่อนข้างสูง ดังนั้น แนวทางในการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองสำหรับการศึกษาของบุตรหลานในระยะยาว ทางภาครัฐและสถาบันการศึกษาต่างๆ ควรเร่งปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา พัฒนาการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ภายในชั้นเรียนได้มากที่สุด เพื่อลดการพึ่งพิงการเรียนพิเศษจากโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่ผู้ปกครองต้องแบกรับได้ อีกทั้ง ทางภาครัฐและสถาบันการศึกษาต่างๆ ควรพัฒนาหลักสูตรและวิชา เพื่อพัฒนาทักษะของนักเรียน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมกับอนาคตภายหลังจากที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015 ระบบการศึกษาของไทยจำเป็นต้องมีการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรในสถาบันการศึกษาต่างๆ ให้สามารถผลิตคนที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ ขณะเดียวกัน การเปิดประตูสู่ AEC ก็อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับธุรกิจการศึกษาของไทย ซึ่งด้วยศักยภาพของสถาบันการศึกษาชั้นนำบางแห่ง ที่มีคุณภาพในระดับสากลอาจเป็นโอกาสให้ประเทศไทยสามารถกลายเป็นศูนย์การทางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยเชื่อมเออีซีจับมือแบงก์พม่า เปิดบริการโอนเงินไปพม่าสำหรับแรงงานพม่าในไทยเป็นเจ้าแรก</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 09:01:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1892</guid>
		<description><![CDATA[กสิกรไทย ปูทางเชื่อมเออีซีสมบูรณ์แบบรองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงาน จับมือเอจีดีแบงก์ของพม่าเปิดบริการโอนเงินไทย-พม่า ให้แรงงานชาวพม่าในประเทศไทยโอนเงินอย่างมั่นใจผ่านธนาคารเป็นครั้งแรก ตั้งเป้าให้บริการแก่แรงงานกว่า 1.6 ล้านคนในประเทศไทย &#160; นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารกสิกรไทย มีนโยบายสร้างเครือข่ายการให้บริการทางการเงินที่สมบูรณ์แบบเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยได้มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศอาเซียนและเอเซียหลายประเทศ ล่าสุด ธนาคารฯ ได้ร่วมมือกับธนาคาร Asia Green Development Bank Ltd. หรือ เอจีดีแบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานระหว่างชาติอาเซียนที่จะเปิดเสรีมากขึ้น ทั้งนี้ ในช่วงแรกธนาคารกสิกรไทย และเอจีดีแบงก์ จะเปิดให้บริการ “โอนเงินไปประเทศพม่า” ผ่านช่องทางต่าง ๆ ธนาคารกสิกรไทย อาทิ เคเอทีเอ็ม (K-ATM) โดยสามารถโอนเงินได้สูงสุด 90,000 บาท หรือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน และสามารถรับเงินได้ภายใน 1 วันที่เอจีดีแบงก์ในประเทศพม่า โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/PICTURE-KBank+AGD.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1893" title="PICTURE KBank+AGD" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/PICTURE-KBank+AGD-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>กสิกรไทย ปูทางเชื่อมเออีซีสมบูรณ์แบบรองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงาน จับมือเอจีดีแบงก์ของพม่าเปิดบริการโอนเงินไทย-พม่า ให้แรงงานชาวพม่าในประเทศไทยโอนเงินอย่างมั่นใจผ่านธนาคารเป็นครั้งแรก ตั้งเป้าให้บริการแก่แรงงานกว่า 1.6 ล้านคนในประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารกสิกรไทย มีนโยบายสร้างเครือข่ายการให้บริการทางการเงินที่สมบูรณ์แบบเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยได้มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศอาเซียนและเอเซียหลายประเทศ ล่าสุด ธนาคารฯ ได้ร่วมมือกับธนาคาร Asia Green Development Bank Ltd. หรือ เอจีดีแบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานระหว่างชาติอาเซียนที่จะเปิดเสรีมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงแรกธนาคารกสิกรไทย และเอจีดีแบงก์ จะเปิดให้บริการ “โอนเงินไปประเทศพม่า” ผ่านช่องทางต่าง ๆ ธนาคารกสิกรไทย อาทิ เคเอทีเอ็ม (K-ATM) โดยสามารถโอนเงินได้สูงสุด 90,000 บาท หรือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน และสามารถรับเงินได้ภายใน 1 วันที่เอจีดีแบงก์ในประเทศพม่า โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 ผ่านเคาน์เตอร์สาขาธนาคารกสิกรไทย และเครื่องเอทีเอ็ม (K-ATM) นำร่องใน 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา และภูเก็ต</p>
<p>ความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยและเอจีดีแบงก์ในการให้บริการโอนเงินไปประเทศพม่ารับเงินได้ภายใน 1 วันครั้งนี้ จะช่วยให้แรงงานพม่าในไทยสามารถโอนเงินระหว่างสองประเทศได้อย่างมั่นใจเป็นครั้งแรกผ่านธนาคารซึ่งสามารถรับประกันเรื่องเวลาและเงินที่จะได้รับได้</p>
<p>ปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ลงทุนในประเทศพม่ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียน และมีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุด ในขณะที่แรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยก็เป็นหนึ่งในพลังสำคัญของภาคแรงงานที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในไทย เนื่องจากไทยยังขาดแคลนแรงงานอีกมาก โดยคาดว่ามีแรงงานชาวพม่าเข้ามาทำงานในไทย ณ มกราคม 2555 ประมาณกว่า 3 ล้านคน เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายประมาณ 1.6 ล้านคน ซึ่งแรงงานชาวพม่าเมื่อทำงานระยะหนึ่งก็จะส่งเงินกลับให้ญาติที่อยู่ในประเทศพม่า แต่ยังมีข้อจำกัดทางด้านการส่งเงิน ซึ่งต้องพึ่งพาคนกลางนำเงินไปมอบให้กับทางญาติโดยตรง จึงมักเกิดปัญหาการสูญหาย หรือคนกลางที่ถือเงินอยู่ก็มักถูกปล้น ดังนั้นการให้บริการโอนเงินไปประเทศพม่าของธนาคารกสิกรไทย จะสามารถตอบสนองความต้องการในจุดนี้ได้ โดยเฉพาะการมีเครื่องเอทีเอ็มภาษาพม่าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมมากขึ้น ทั้งนี้ธนาคารฯ คาดว่าจะมีชาวพม่าใช้บริการโอนเงินกลับประเทศพม่ากับธนาคารประมาณ 5 แสนคน หรือประมาณ 30 % ของแรงงานชาวพม่าที่ทำงานถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้นธนาคารกสิกรไทย ยังอยู่ในระหว่างการขออนุญาตธนาคารกลางแห่งประเทศพม่า เปิดสำนักงานตัวแทน ซึ่งคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตและสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ภายในตุลาคมปีนี้ เพื่อรองรับการให้บริการพร้อมคำแนะนำการทำธุรกิจและธุรกรรมตามชายแดนไทยและพม่า ในด้านการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ตลอดจนการให้บริการจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับ ธนาคาร Asia Green Development Bank Ltd. หรือ เอจีดีแบงก์ ถือเป็นหนึ่งใน 19 ธนาคารพาณิชย์ในประเทศพม่าและเป็น 1 ใน 4 ของธนาคารที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางแห่งประเทศพม่าให้ทำธุรกรรมการโอนเงินแรงงานพม่าที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเชีย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยรับรางวัล Best Bond House 5 ปีซ้อน</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-best-bond-house-5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%8b/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-best-bond-house-5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%8b/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 14:52:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1886</guid>
		<description><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลสถาบันการเงินผู้ให้บริการด้านตราสารหนี้ยอดเยี่ยม (Best Bond House) ประจำปี 2554 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยให้แก่ธนาคารกสิกรไทยเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ในฐานะที่เป็นสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจตราสารหนี้ครบวงจรทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง โดยมีนายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้รับรางวัล ณ โรงแรมสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/BestBond2011.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1887" title="BestBond2011" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/BestBond2011-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัลสถาบันการเงินผู้ให้บริการด้านตราสารหนี้ยอดเยี่ยม (Best Bond House) ประจำปี 2554 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยให้แก่ธนาคารกสิกรไทยเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ในฐานะที่เป็นสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจตราสารหนี้ครบวงจรทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง โดยมีนายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้รับรางวัล ณ โรงแรมสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5-best-bond-house-5-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%8b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักทรัพย์กสิกรไทยจับมือเอสพีซีจี ย้ายตลาดเทรดจาก MAI เข้า SET</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 May 2012 09:23:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1873</guid>
		<description><![CDATA[นางสาวณัฐรินทร์ ตาลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  และผู้บริหารธุรกิจไพรเวทแบงก์เครือธนาคารกสิกรไทย (ที่ 4 จากขวา) นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) (ที่ 5 จากขวา) นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมแสดงความยินดีในการย้ายหลักทรัพย์ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) “SPCG” จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy and Utilities) กลุ่มทรัพยากร (Resources) ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/kbank-SPCG01.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1874" title="kbank-SPCG01" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/kbank-SPCG01-300x214.jpg" alt="" width="300" height="214" /></a></p>
<p>นางสาวณัฐรินทร์ ตาลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  และผู้บริหารธุรกิจไพรเวทแบงก์เครือธนาคารกสิกรไทย (ที่ 4 จากขวา) นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) (ที่ 5 จากขวา) นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมแสดงความยินดีในการย้ายหลักทรัพย์ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) “SPCG” จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy and Utilities) กลุ่มทรัพยากร (Resources) ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บลจ. ทิสโก้ มั่นใจเอเชียยังมาแรง  ส่งกองทาร์เก็ตฟันด์ลุยหุ้นเอเชียต่อเนื่อง ตั้งเป้า 10% ใน 4 เดือน</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 15:49:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธนาคาร การเงิน ลงทุน หุ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1869</guid>
		<description><![CDATA[9 พ.ค. 55 – บลจ. ทิสโก้ ชี้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง  ชูภูมิภาคเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก  พร้อมแนะลงทุนตลาดหุ้นเอเชีย หลังสัญญาณบวกคอยสนับสนุนเพียบ   ล่าสุดคว้าจังหวะเปิดขาย  “กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ทริกเกอร์ 10% กองที่ 6”  เพิ่มโอกาสนักลงทุนรับผลตอบแทน 10% ภายใน 4 เดือน ไอพีโอ  9-18 พ.ค. 55  ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา &#160; ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ เศรษฐกรอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Dr.Kampon Adireksombat, Senior Economist, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังคงมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังต้องเผชิญกับความปัจจัยผันผวนโดยเฉพาะในยุโรปที่มีความเสี่ยงมากขึ้น จากผลการเลือกตั้งของกรีซที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/00.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1870" title="00" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/05/00-300x126.jpg" alt="" width="300" height="126" /></a></p>
<p><strong>9 พ.ค. 55 </strong>– บลจ. ทิสโก้ ชี้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง  ชูภูมิภาคเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก  พร้อมแนะลงทุนตลาดหุ้นเอเชีย หลังสัญญาณบวกคอยสนับสนุนเพียบ   ล่าสุดคว้าจังหวะเปิดขาย  “กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ทริกเกอร์ 10% กองที่ 6”  เพิ่มโอกาสนักลงทุนรับผลตอบแทน 10% ภายใน 4 เดือน ไอพีโอ  9-18 พ.ค. 55  ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ เศรษฐกรอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Dr.Kampon Adireksombat, Senior Economist, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังคงมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังต้องเผชิญกับความปัจจัยผันผวนโดยเฉพาะในยุโรปที่มีความเสี่ยงมากขึ้น จากผลการเลือกตั้งของกรีซที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ โดยอาจทำให้การจัดทำมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมล่าช้าออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรับเงินช่วยเหลือของกรีซจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงจากการเพิ่มทุนของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปโดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็กในสเปน ขณะที่สัญญาณบวกในตลาดแรงงานของสหรัฐอเมริกาเริ่มชะลอลง</p>
<p>ทั้งนี้ในส่วนของภูมิภาคเอเชียยังคงมีการขยายตัวที่แข็งแกร่ง โดยเศรษฐกิจจีนจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีโดยเป็นผลจากการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และประเทศในกลุ่มอาเซียน ยังคงมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่องในปีนี้และน่าจะเร่งตัวขึ้นในปี 2013</p>
<p>สำหรับเศรษฐกิจไทยเริ่มมีการฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และคาดว่าทั้งปีเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ 5% อัตราเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ 3.5% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงไว้ที่ 3% แต่มีความเสี่ยงที่ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อัตราเงินเฟ้ออาจมีการเร่งตัวมากขึ้นจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไตรมาสที่ 4</p>
<p>ด้านนางสาววรสินี  สังวรเวชภัณฑ์  หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการจัดการลงทุน  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด  (Miss Vorasinee Sangvornvetphan, Head of Wealth Advisory, TISCO Asset Management Co.,Ltd.)  กล่าวว่า  การลงทุนในตลาดหุ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาถือว่าสามารถให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ  อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีการปรับฐานลงมา เนื่องจาก P/E  มีการปรับเพิ่มขึ้นและในตลาดได้รับรู้ข่าวดีไปหมดแล้ว  ขณะที่การถือครองเงินสดของผู้จัดการกองทุนเริ่มอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ย ซึ่งอาจทำให้มีการขายสินทรัพย์เพื่อถือครองเงินสดเพิ่มขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มที่ตลาดหุ้นจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากทิศทางของเศรษฐกิจโลกเริ่มมีแนวโน้มสดใสขึ้น โดยภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีการขยายตัวแข็งแกร่งที่สุด คือ  ภูมิภาคเอเชีย โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้เศรษฐกิจเอเชียจะมีการขยายตัวมากกว่า 7% ซึ่งนับเป็นภูมิภาคที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุด เนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก  และจากในหลายประเทศได้ส่งสัญญาณการผ่อนคลายด้านการเงิน เช่น ออสเตรเลีย และอินเดีย ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เป็นต้น จะเป็นปัจจัยสนุนสนับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย</p>
<p>นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม   บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Senior Vice President, Head of Marketing and Wealth Advisory  Mutual &amp; Private Fund Business, TISCO Asset Management Co.,Ltd.) กล่าวว่า  ล่าสุด บลจ.ทิสโก้ เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ทริกเกอร์ 10% #6 (TISCO Asia Pacific ex Japan Trigger 10% #6) มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนที่ลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) โดยตั้งเป้าทำกำไรที่ 10% ภายในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน โดยสามารถปิดกองคืนเงินผู้ถือหน่วยลงทุนได้ก่อนครบกำหนดหากทำกำไรได้ 10% หรือหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 11.10 บาท โดยจะเสนอขายเพียงครั้งเดียว (ไอพีโอ) ในระหว่างวันที่ 9 -18 พฤษภาคม 2555  มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 20,000 บาท</p>
<p>ทั้งนี้กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Lyxor ETF MSCI AC Asia-Pacific ex Japan (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ประเภทกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI AC Asia-Pacific ex Japan บริหารและจัดการโดย Lyxor International Asset Management โดยกองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุน Lyxor ETF MSCI AC Asia-Pacific ex Japan โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน</p>
<p>“เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก  และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ต่อเนื่อง  ประกอบกับราคาหุ้นที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก ทาง บลจ.ทิสโก้ จึงเห็นว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ทริกเกอร์ 10% กองที่ 6” เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้รับผลตอบแทนสูงถึง 10% ในระยะเวลา 4 เดือน และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน” นายสาห์รัช กล่าว</p>
<p>โดยผู้สนใจกองทุนดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือที่ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">                                <strong>การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน</strong></p>
<p align="center"><strong>&#8221; เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ &#8220;</strong></p>
<p align="center"><strong>“เนื่องจากกองทุนมีการกำหนดเงื่อนไขการเลิกกองทุนก่อนกำหนด ผู้ลงทุนควรตระหนักว่า การกำหนดอัตราผลตอบแทนในเงื่อนไขการเลิกกองทุนก่อนกำหนด มิได้เป็นการรับประกันหรือทำให้คาดหวังว่าผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามอัตรานั้น”</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

