<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thailand Business News ข่าวออนไลน์  และ  ศูนย์รวมข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ Press Release &#187; เศรษฐกิจ</title>
	<atom:link href="http://thaibiznews.net/category/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaibiznews.net</link>
	<description>Thailand Business News ข่าวออนไลน์  และ  ศูนย์รวมข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ Press Release</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 07:42:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>“ส่งออก” ผนึกกำลัง 8 องค์กรพันธมิตร มุ่งพัฒนา Thaitrade.com สู่ B2B E-Marketplace ระดับ World class</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-8-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-8-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Feb 2012 07:36:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Thaitrade.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1537</guid>
		<description><![CDATA[“ส่งออก” ผนึกกำลัง 8 องค์กรพันธมิตร มุ่งพัฒนา Thaitrade.com สู่ B2B E-Marketplace ระดับ World class  &#160; กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์  ผนึกกำลังกับ 8 องค์กรเอกชน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เร่งบุกขยาย และจัดกิจกรรมเชิงรุก  ภายใต้โครงการ Thaitrade.com ที่นำเทคโนโลยีสารทนเทศที่นิยมใช้กันแพร่หลายในตลาดสากลมาใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการให้บริการของกรมฯ Thaitrade.com จะทำให้ผู้ประกอบการไทย สามารถเข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศที่กระจายอยู่ในภูมิภาคๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนต่ำลง  Thaitrade.com เป็นการเพิ่มอำนาจการแข่งขันของสินค้าไทย และวางรากฐานสู่การเป็นผู้นำในตลาดซื้อขายอิเลคทรอนิกส์ของภูมิภาค และระดับโลก โดยกรมฯ ได้จัดให้มีการลงนามกับพันธมิตรกับ B2B E-Marketplace ระดับ World Class เช่น Alibaba.com และองค์กรผู้ผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความแข็งแกร่ง และมีศักยภาพสูงในต่างประเทศ เป็นกลุ่มสินค้านำร่อง การผนึกกำลังนี้จะทำให้สมาชิกสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละองค์กร ให้เป็นประโยชน์ต่อการขยายตลาดสินค้าไทย   การลงนามผนึกกำลังร่วมเป็นพันธมิตร มีขึ้นระหว่าง กรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับ Alibaba.com เว็บไซต์ World [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>ส่งออก</strong><strong>” </strong><strong>ผนึกกำลัง 8 องค์กรพันธมิตร</strong><strong></strong></p>
<p><strong>มุ่งพัฒนา </strong><strong>Thaitrade.com สู่</strong><strong> B2B E-Marketplace </strong><strong>ระดับ</strong><strong> World class</strong><em>  </em><strong></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์  ผนึกกำลังกับ 8 องค์กรเอกชน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เร่งบุกขยาย และจัดกิจกรรมเชิงรุก  ภายใต้โครงการ </em><em>Thaitrade.com ที่นำเทคโนโลยีสารทนเทศที่นิยมใช้กันแพร่หลายในตลาดสากลมาใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการให้บริการของกรมฯ Thaitrade.com จะทำให้ผู้ประกอบการไทย สามารถเข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศที่กระจายอยู่ในภูมิภาคๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนต่ำลง  Thaitrade.com เป็นการเพิ่มอำนาจการแข่งขันของสินค้าไทย และวางรากฐานสู่การเป็นผู้นำในตลาดซื้อขายอิเลคทรอนิกส์ของภูมิภาค และระดับโลก โดยกรมฯ ได้จัดให้มีการลงนามกับพันธมิตรกับ B2B E-Marketplace ระดับ World Class เช่น Alibaba.com และองค์กรผู้ผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความแข็งแกร่ง และมีศักยภาพสูงในต่างประเทศ เป็นกลุ่มสินค้านำร่อง การผนึกกำลังนี้จะทำให้สมาชิกสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละองค์กร ให้เป็นประโยชน์ต่อการขยายตลาดสินค้าไทย </em></p>
<p><em> <a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/thaitade.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1541" title="thaitade" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/thaitade.jpg" alt="" width="184" height="274" /></a></em></p>
<p><em>การลงนามผนึกกำลังร่วมเป็นพันธมิตร มีขึ้นระหว่าง กรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับ </em><em>Alibaba.com</em><em> เว็บไซต์</em><em> World class B2B E-Marketplace </em><em>และ</em><em> 7 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ บริษัทไปรษณีย์ ไทย จำกัด, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน), บริษัทพันธวณิช , </em><em>สมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย</em><em>, สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย, สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ณ </em><em>Design Pavilion Trend หน้าอาคาร Challenger Impact เมืองทองธานี เป็นการย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันพัฒนา และทำให้ Thaitrade.com ก้าวไปสู่การเป็น   Thailand </em><em>B2B E-Marketplace</em><em> ระดับ</em><em> World class</em><em>  </em><em></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค</strong> อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่าขณะนี้โครงการตลาดกลางซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์Thaitrade.com มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาไปสู่การเจรจาธุรกิจและซื้อ-ขายอย่างจริงจังแล้ว โดยที่ผ่านมากรมฯ ได้ดำเนินการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานของระบบตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการเจรจาธุรกิจออนไลน์ไว้ครบถ้วน พร้อมแผนงานจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจทั้ง online และ off line อย่างต่อเนื่อง โดยมีความพร้อมที่จะรองรับการขยายฐานสมาชิกทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งในปี 2555 นี้กรมฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนสมาชิกผู้ขายอีกไม่น้อยกว่า 4,000 รายและจำนวนผู้ซื้ออีก 10,000 ราย</p>
<p>“การลงนาม MOU ครั้งนี้ กรมฯ มุ่งเน้นความร่วมมือในการขยายฐานและเครือข่ายธุรกิจ โดยระยะแรกนี้ จะเน้นกลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง และการประชาสัมพันธ์ Thaitrade.com ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางในต่างประเทศ พร้อมกับเชิญชวนผู้ซื้อในตลาดเป้าหมายให้เข้ามาพบปะเจรจาซื้อ-ขาย ทั้งที่เป็นกิจกรรม online และ offline โครงการตลาดกลางซื้อขายอิเลคทรอนิกส์นี้ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย และสร้างความสะดวกให้ผู้ซื้อจากทั่วโลกที่จะเข้ามา sourcing สินค้าและบริการ ของไทย ผ่าน Thailand B2B E-Marketplace”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ หลังการลงนามความร่วมมือเป็นพันธมิตร ก็จะมีการหารือถึงกิจกรรม ที่จะทำร่วมกัน เพื่อส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ ทำให้ <a href="http://thaitrade.com/" target="_blank">Thaitrade.com</a> เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จะแลกเปลี่ยน link บนหน้าเว็บไซต์หลักระหว่างกัน เพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชมของแต่ละเว็บไซต์ สามารถเข้าถึงข้อมูลของพันธมิตรทั้งหมดได้ในพร้อมกันไปด้วย ซึ่งก็จะเป็นการเปิดตัว Thaitrade.com และองค์กรพันธมิตรทั้ง 8 องค์กร ที่ผู้ซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ จะร่วมกันจัดกิจกรรม Business Matching ทั้ง online และ off line ทั้งที่เป็นสินค้าทั่วไป และที่เป็นเฉพาะกลุ่มสินค้าด้วย”</p>
<p>การเป็นพันธมิตร กับ Alibaba.com จะทำให้มีการแลกเปลี่ยน Link ระหว่างกัน Alibaba.com ยังมอบพื้นที่สำหรับประชาสัมพันธ์โครงการ Thaitrade.comในหน้า Thailand Channel และคัดเลือกสมาชิกผู้ขายของ Thaitrade.com ที่มีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรม Business Matching กับผู้ซื้อในต่างประเทศที่ Alibaba จัด รวมทั้งให้การสนับสนุนด้านข้อมูล และองค์ความรู้   โดยจัดวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการทำการค้าออนไลน์ให้แก่สมาชิก Thaitrade.com ในกิจกรรมต่างๆ ของกรมฯ</p>
<p>บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมจะให้การสนับสนุนเฉพาะ แก่สมาชิก Thaitrade.com ด้านบริการขนส่ง และกระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศสำหรับสมาชิก รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดสรรบริการขนส่งระหว่างประเทศในอัตราพิเศษ</p>
<p>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้จัดเตรียมบริการให้คำปรึกษา และเสนอบริการทางการเงินเพื่อธุรกิจการค้าต่างประเทศแบบครบวงจรที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ  การให้บริการด้านการเงินและบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์ในการรับบริการด้านการเงินในอัตราพิเศษสำหรับสมาชิก Thaitrade.com รวมไปถึงสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ เอกสาร วารสารและสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของธนาคาร</p>
<p>บริษัทพันธวณิช   Local B2B E-marketplace ของไทยที่มีการบริหารงานที่เป็นระบบ</p>
<p>ทันสมัย มีความเป็นมืออาชีพในธุรกิจ E-Commerce นานกว่า 10 ปี และมีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายออกไปในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม อินโดนีเชีย และตุรกี จะเข้ามาให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวกับความต้องการของผู้ซื้อผู้ขายจาก Thaitrade.com บน Pantavanij.com รวมทั้งแพร่กระจายข่าวสารเกี่ยวกับความต้องการของผู้ซื้อรายใหญ่ของไทย ต่อไปยังสมาชิกของ Thaitrade.com</p>
<p>ในส่วนของ สมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย, สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย, สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นแหล่งรวมผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกชั้นนำของไทยที่มีมาตรฐานการผลิตระดับสากล เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง มีความชำนาญในการผลิต และมีศักยภาพในการส่งออกสินค้าไปในต่างประเทศ ได้เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อให้การสนับสนุนและร่วมเป็นแรงสำคัญในการผลักดัน Thaitrade.com ให้ก้าวสู่ Thailand B2B E-Marketplace ระดับ World class  ความร่วมมือที่สำคัญคือ เชิญชวนและคัดกรองสมาชิกของสมาคมและสมาพันธ์ ที่มีประสบการณ์สูง และมีความพร้อมในการผลิตเพื่อส่งออก เข้าร่วมเป็นสมาชิกของโครงการ Thaitrade.com และ พันธมิตรทั้งหมด มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ จะร่วมมือกันประชาสัมพันธ์ และกระจายข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ Thaitrade.com สนับสนุนข้อมูลข่าวสารความต้องการซื้อและขาย รวมทั้งนำประสบการณ์ และจุดแข็งของแต่ละองค์กรมาแบ่งปัน และสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางซื้อขายภายใต้ Thaitrade.com</p>
<p>โครงการ Thaitrade.com ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยได้รับการคัดสรรเข้าเป็นสมาชิกจำนวน 3,201 ราย ประกอบด้วยกลุ่มสินค้า 42 ประเภท จำนวนสินค้า 64,498 รายการ มีผู้เข้าเยี่ยมชมจำนวน 447,703 ราย จากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุด ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน กลุ่มประเทศอาเซียน ออสเตรเลีย ฮ่องกง สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น จากผู้เข้าเยี่ยมชมเหล่านั้นได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกผู้ซื้อแล้ว 10,166 ราย นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยน inquiries ระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขายจำนวนมาก</p>
<p>การลงนามเป็นพันธมิตรระหว่างกรมส่งเสริมการส่งออก กับ 8 องค์กรพันธมิตรในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดการพบกันระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขาย ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกและขยายตลาดสินค้าไทยไปยังภูมิภาคต่างๆของโลกอย่างทั่วถึง ด้วยจำนวนสมาชิกผู้ขายที่ผ่านการเลือกสรร และแนะนำจากสมาพันธ์และสมาคมต่างๆ และการกลั่นกรอง เชิญชวนผู้ซื้อต่างชาติของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ให้มาลงทะเบียนเป็นผู้ซื้อที่มีคุณภาพ ทำให้ <a href="http://thaitrade.com/" target="_blank">Thaitrade.com</a>  เป็น B2B E-Marketplace ที่มีความน่าเชื่อถือ thaitrade.com จึงเป็นอีกช่องทางการค้าทางเลือกที่พร้อมจะช่วยผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลก</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ  สามารถสมัครได้หลายช่องทาง อาทิ การสมัครผ่านทางเว็บไซต์ <a href="http://www.thaitrade.com/" target="_blank">www.thaitrade.com</a> , e- mail: ecommerce@ditp.go.th ,ecommerce.dep@gmail.com  และ www.facebook.com/ThaitradeDotCom  หรือ สมัครด้วยตนเองที่บูธ Thaitrade.com  ภายในงานแสดงสินค้าต่างๆ ที่กรมฯ จัดขึ้น ทั้งนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ใดๆ ทั้งสิ้น  หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ DEP Call Center 1169  โทรสาร 02 547 5683-4</p>
<p><strong> </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-8-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อีเอ็มซีรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 และตลอดปี 2554</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Feb 2012 07:02:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[EMC]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[อีเอ็มซี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1533</guid>
		<description><![CDATA[  อีเอ็มซีรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 และตลอดปี 2554   สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งรายไตรมาสและรายปี   รายได้รวมไตรมาส 4 และตลอดปี – เพิ่มขึ้น 14% และ 18% จากปีก่อนหน้าตามลำดับ กำไรสุทธิแบบ GAAP ในไตรมาส 4 และตลอดปี – เพิ่มขึ้น 32% และ 30% จากปีก่อนหน้าตามลำดับ กำไรสุทธิแบบ non-GAAP ในไตรมาส 4 และตลอดปี – เพิ่มขึ้น 16% และ 24% จากปีก่อนหน้าตามลำดับ กำไรเบื้องต้นแบบ GAAP และ non-GAAP ในไตรมาส 4 และตลอดปี กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดอิสระในไตรมาส 4 และตลอดปี   &#160; 10 กุมภาพันธ์ 2555 – [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/EMC.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1534" title="EMC" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/EMC.jpg" alt="" width="137" height="44" /></a> </strong></p>
<p align="center"><strong>อีเอ็มซีรายงานผลประกอบการไตรมาส </strong><strong>4 และตลอดปี 2554</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="center"><strong><span style="text-decoration: underline;">สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งรายไตรมาสและรายปี </span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"> </span></strong></p>
<ul>
<li><strong>รายได้รวมไตรมาส </strong><strong>4 และตลอดปี – เพิ่มขึ้น 14% และ 18% จากปีก่อนหน้าตามลำดับ</strong></li>
<li><strong>กำไรสุทธิแบบ</strong><strong> GAAP ในไตรมาส 4 และตลอดปี – เพิ่มขึ้น 32% และ 30% จากปีก่อนหน้าตามลำดับ</strong></li>
<li><strong>กำไรสุทธิแบบ</strong><strong> non-GAAP ในไตรมาส 4 และตลอดปี – เพิ่มขึ้น 16% และ 24% จากปีก่อนหน้าตามลำดับ</strong></li>
<li><strong>กำไรเบื้องต้นแบบ </strong><strong>GAAP และ non-GAAP ในไตรมาส 4 และตลอดปี</strong></li>
<li><strong>กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดอิสระในไตรมาส </strong><strong>4 และตลอดปี </strong></li>
</ul>
<p><strong> </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>10 กุมภาพันธ์ 2555</strong> – อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE:EMC) รายงานผลประกอบการดีที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงไตรมาสที่ 4 และตลอดปี 2554 โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 บริษัทฯ ทำลายสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมาทั้งในส่วนของรายได้รวม กำไรสุทธิ และกำไรต่อหุ้นแบบ GAAP และ non-GAAP รวมไปถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดอิสระ  ส่วนผลประกอบการตลอดปี 2554 บริษัทฯ มีรายได้รวม กำไรสุทธิ กำไรต่อหุ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และกระแสเงินสดอิสระสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทั้งหมดนี้สูงเกินกว่าตัวเลขประมาณการก่อนหน้านี้ของบริษัทฯ  นอกจากนี้ กำไรเบื้องต้นแบบ GAAP และ non-GAAP รายไตรมาสและตลอดปีก็ทำลายสถิติสูงสุดเช่นเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รายได้รวมในช่วงไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว  ส่วนกำไรสุทธิตามหลัก GAAP ในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 32% เป็น 832.0 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นตามหลัก GAAP อยู่ที่ 0.38 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  ขณะที่กำไรสุทธิแบบ Non-GAAP<sup>1</sup> ในช่วงไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.07 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP<sup>1</sup> อยู่ที่ 0.49 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับตลอดปี 2554 รายได้รวมของอีเอ็มซีอยู่ที่ 20.0 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิแบบ GAAP อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30% และกำไรต่อหุ้นตามหลัก GAAP อยู่ที่ 1.10 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25%  ส่วนกำไรสุทธิแบบ Non-GAAP<sup>2</sup> สำหรับปี 2554 อยู่ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกำไรต่อหุ้นแบบ non- GAAP<sup>2</sup> อยู่ที่ 1.51 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงไตรมาสที่ 4 อีเอ็มซีมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกระแสเงินสดอิสระ<sup>3</sup> จำนวน 2.2 และ 1.9 พันล้านดอลลาร์ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 44% และ 55% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วตามลำดับ  สำหรับปี 2554 อีเอ็มซีมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 5.7 พันล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดอิสระ<sup>3 </sup>จำนวน 4.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% และ 29% ตามลำดับ  ทั้งนี้ สำหรับช่วงไตรมาส 4 และตลอดทั้งปี อีเอ็มซีมีเปอร์เซ็นต์กำไรเบื้องต้นและกำไรจากการดำเนินงานแบบ GAAP และ non-GAAP เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเมื่อสิ้นสุดปี บริษัทฯ มีเงินสดและเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 10.8 พันล้านดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจ ทุซซี่ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอีเอ็มซี กล่าวว่า “อีเอ็มซีมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งและสร้างสถิติสูงสุดในช่วงปี 2554  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งกำลังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางต่ออุตสาหกรรมไอที และกระแสบิ๊กดาต้าก็ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและการใช้ชีวิตของเราทุกคน  ลูกค้าและคู่ค้าของเราเล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน และดังนั้นลูกค้าจึงตัดสินใจที่จะปรับใช้วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเทคโนโลยีชั้นนำของอีเอ็มซี เพื่อใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ รวมถึงศักยภาพสูงสุดของทรัพยากรข้อมูล”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดวิด กูลเด้น รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของอีเอ็มซี กล่าวว่า “ในช่วงปี 2554 เราดำเนินการใน 3 ด้านหลักๆ ควบคู่กันไป นั่นคือ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง การลงทุนเพื่อขยายกิจการ และการปรับปรุงผลกำไร  ด้วยเหตุนี้ ในช่วงปี 2555 เราจึงพร้อมที่จะรักษาการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ขยายฐานธุรกิจ และดำเนินกลยุทธ์ใน 3 ด้านหลักๆ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  เราคาดว่าธุรกิจของบริษัทฯ จะเติบโตในอัตราที่รวดเร็วกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของยอดการใช้จ่ายด้านไอทีที่เราประมาณการไว้ และจะส่งผลให้เรามีรายได้รวม 22 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555 ขณะที่กำไรต่อหุ้นตามหลัก GAAP จะอยู่ที่ 1.24 ดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP จะอยู่ที่ 1.70 ดอลลาร์”</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>เหตุการณ์สำคัญในช่วงไตรมาสที่ </strong><strong>4 และตลอดปี 2554 </strong></p>
<p>สำหรับช่วงไตรมาสที่ 4 ธุรกิจการจัดเก็บข้อมูลของอีเอ็มซีมีรายได้เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์สตอเรจระดับไฮเอนด์ Symmetrix ของอีเอ็มซีเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์สตอเรจระดับกลาง<sup>4</sup> เพิ่มขึ้น 24%  ส่วนรายได้จากวีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) ในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 27% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ RSA ของอีเอ็มซีเพิ่มขึ้น 16%</p>
<p>นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสที่ 4 อีเอ็มซีมีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิฟายด์สตอเรจ EMC VNX ซึ่งมีลูกค้าใหม่เกือบ 2,000 รายไว้วางใจเลือกใช้ระบบสตอเรจนี้ในช่วงไตรมาสดังกล่าว รวมไปถึงระบบกู้คืนข้อมูลแบ็คอัพ (Backup Recovery Systems &#8211; BRS) ของบริษัทฯ  สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ BRS อัตรารายได้สำหรับ EMC Data Domain และ EMC Avamar ในช่วงไตรมาสนี้สูงเกินกว่า 2 พันล้านดอลลาร์  ยิ่งไปกว่านั้น รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Isilon ของอีเอ็มซีเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว  ในช่วงไตรมาส 4 นี้ ลูกค้ายังคงมีความต้องการสูงสำหรับบริการให้คำปรึกษาและบริการระดับผู้เชี่ยวชาญของอีเอ็มซีเพื่อช่วยในการสร้างสถาปัตยกรรมคลาวด์ และสำหรับโซลูชั่น EMC Greenplum ในการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือบิ๊กดาต้า (Big Data)  และสุดท้าย บริษัท VCE หรือ Virtual Computing Environment ซึ่งจัดตั้งโดยซิสโก้และอีเอ็มซี ด้วยเงินลงทุนจากวีเอ็มแวร์และอินเทล ยังคงดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับรายได้หนึ่งพันล้านดอลลาร์ โดยเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าปรับใช้แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน Vblock เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p>รายได้รวมในไตรมาสที่ 4 ของอีเอ็มซีจากสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.0 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% จากปีที่แล้ว และคิดเป็นสัดส่วน 54% ของรายได้รวมในช่วงไตรมาสที่ 4  ส่วนรายได้จากธุรกิจของอีเอ็มซีในต่างประเทศก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกันที่ระดับ 2.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% จากปีที่แล้ว และคิดเป็นสัดส่วน 46% ของรายได้รวมในช่วงไตรมาสดังกล่าว  ทั้งนี้ รายได้ของอีเอ็มซีในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา, เอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่น และละตินอเมริกา เพิ่มขึ้น 6%, 26% และ 26% ตามลำดับ</p>
<p>ตลอดปี 2554 อีเอ็มซีได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านบริการสำหรับคลาวด์คอมพิวติ้งและบิ๊กดาต้า โดยทิ้งห่างคู่แข่ง และขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง  โครงการริเริ่มหลายๆ โครงการที่ส่งผลให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จ ได้แก่ การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 11% ของรายได้รวมในช่วงปี 2554  นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ยูนิฟายด์สตอเรจ EMC VNX และกลุ่มผลิตภัณฑ์ EMC Symmetrix VMAX และผลิตภัณฑ์จาก Isilon, Data Domain และ Avamar ซึ่งส่งผลให้อีเอ็มซีครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นและขยายตลาดในช่วงปี 2554  ยิ่งไปกว่านั้น อีเอ็มซียังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เช่น การจัดตั้งบริษัท VCE และการกระชับความสัมพันธ์กับบริษัทผู้จัดหาเทคโนโลยี โซลูชั่น และผู้ให้บริการทั่วโลก  ในช่วงปี 2554 พันธมิตรกว่า 1,700 รายได้เริ่มต้นจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอีเอ็มซีเป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นการขยายเครือข่ายพันธมิตรและคู่ค้าของบริษัทฯ อย่างมั่นคง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>Business Outlook </strong></p>
<p><em> </em></p>
<p><em>คำแถลงต่อไปนี้อ้างอิงข้อมูลคาดการณ์ในปัจจุบัน</em><em>  คำแถลงเหล่านี้กล่าวถึงสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต และอาจแตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง  คำแถลงดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ การขายกิจการ หรือการผนวกรวมธุรกิจที่อาจมีการประกาศหรือได้ข้อยุติในภายหลัง หรือค่าใช้จ่ายที่เป็นผลมาจากโครงการลดค่าใช้จ่าย  คำแถลงเหล่านี้ใช้ทดแทนคำแถลงทั้งหมดก่อนหน้านี้ในเรื่องผลประกอบการประจำปี 2555 ของอีเอ็มซี<em></em></em></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"> </span></p>
<p><em><span style="text-decoration: underline;">ยอดเงินดอลลาร์และเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดที่ระบุไว้ด้านล่างนี้ถือเป็นตัวเลขโดยประมาณเท่านั้น</span></em><em></em></p>
<p><strong> </strong></p>
<ul>
<li>รายได้รวมคาดว่าจะอยู่ที่ 22.0 พันล้านดอลลาร์สำหรับปี 2555</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>กำไรจากการดำเนินงานตามหลัก GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 17% ของรายได้ในปี 2555 ส่วนกำไรจากการดำเนินงานแบบ non-GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 24% ของรายได้ในปี 2555  ตัวเลขที่ถูกแยกออกจากกำไรแบบ non-GAAP ได้แก่ การจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของหุ้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างและการเข้าซื้อกิจการ และการตัดจำหน่ายทุนซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์จากรอบระยะเวลาก่อนหน้า ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 4%, 1.5%, ไม่ถึง 1% และไม่ถึง 0.5% ของรายได้ตามลำดับ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามหลัก GAAP ซึ่งได้แก่ รายได้จากการลงทุน ดอกเบี้ยจ่าย และรายได้และรายจ่ายอื่นๆ คาดว่าจะอยู่ที่ 245 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555 และรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานแบบ non-GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 240 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555  ส่วนตัวเลขที่ถูกแยกออกจากรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานแบบ non-GAAP ได้แก่ ค่าตอบแทนในรูปแบบของหุ้นจำนวน 5 ล้านดอลลาร์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>คาดว่าอีเอ็มซีจะมีกำไรสุทธิตามหลัก GAAP ประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555 ขณะที่กำไรสุทธิแบบ non-GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555  ตัวเลขที่ถูกแยกออกจากกำไรสุทธิแบบ non-GAAP ได้แก่ การจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของหุ้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างและการเข้าซื้อกิจการ และการตัดจำหน่ายทุนซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์จากรอบระยะเวลาก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 650 ล้านดอลลาร์, 225 ล้านดอลลาร์, 90 ล้านดอลลาร์ และ 30 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>กำไรต่อหุ้นตามหลัก GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 1.24 ดอลลาร์ในช่วงปี 2555 และกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 1.70 ดอลลาร์สำหรับปี 2555  ตัวเลขที่ถูกแยกออกจากกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP ได้แก่ การจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของหุ้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างและการเข้าซื้อกิจการ และการตัดจำหน่ายทุนซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์จากรอบระยะเวลาก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 0.30 ดอลลาร์, 0.11 ดอลลาร์, 0.04 ดอลลาร์ และ 0.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น ตามลำดับ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>อัตราภาษีเงินได้แบบ GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 19% สำหรับปี 2555 โดยไม่รวมผลกระทบจากการจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของหุ้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างและการเข้าซื้อกิจการ และการตัดจำหน่ายทุนซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์จากรอบระยะเวลาก่อนหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราภาษีประมาณ 2%  ส่วนอัตราภาษีเงินได้แบบ non-GAAP คาดว่าจะอยู่ที่ 21% สำหรับปี 2555 โดยคาดหมายว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2555 จะมีการขยายเครดิตภาษีสำหรับงานวิจัยและพัฒนาของสหรัฐฯ สำหรับปี 2555</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>กำไรสุทธิตามหลัก GAAP สำหรับผลประโยชน์ที่ไม่มีการควบคุมในวีเอ็มแวร์คาดว่าจะอยู่ที่ 153 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิแบบ non-GAAP สำหรับผลประโยชน์ที่ไม่มีการควบคุมในวีเอ็มแวร์คาดว่าจะอยู่ที่ 240 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555  ตัวเลขที่ถูกแยกออกจากกำไรสุทธิแบบ non-GAAP สำหรับผลประโยชน์ที่ไม่มีการควบคุมในวีเอ็มแวร์ ได้แก่ การจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบของหุ้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ และการตัดจำหน่ายทุนซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์จากรอบระยะเวลาก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 68 ล้านดอลลาร์, 11 ล้านดอลลาร์ และ 8 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ  คาดว่าจะมีการปรับลดหุ้นวีเอ็มแวร์ที่อีเอ็มซีถือครองอยู่เพิ่มเติมอีก 15 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>หุ้นปรับลดเฉลี่ยที่ชำระแล้วคาดว่าจะอยู่ที่ 2.175 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555</li>
<li>อีเอ็มซีมีแผนที่จะซื้อคืนหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 700 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2555</li>
</ul>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลุ่ม เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ปรับกลยุทธ์ตลาด พร้อมสร้างโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Feb 2012 06:51:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1524</guid>
		<description><![CDATA[เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล โดย กลุ่มมหาดำรงค์กุล ทุ่มงบลงทุนร่วม 2.5 พันล้านบาท ขยายโรงแรมในเครือเพิ่มใหม่อีก 2 แห่งในพัทยา และตราด พร้อมทั้งปรับโฉม โรงแรม สวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ รับตลาดนักธุรกิจและกลุ่มประชุมสัมมนา จับกระแสบูมธุรกิจย่านถนนรัชดาภิเษก &#160; โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เตรียมปรับโฉมใหม่ด้วยงบลงทุน 345 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจและประชุมสัมมนา (MICE) โดยทางโรงแรมได้วางจุดขายใหม่ เน้นกระแสความเป็นศูนย์กลางธุรกิจ รับแผนการย้ายสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสู่ย่านถนนรัชดาภิเษกในอีกสองปีข้างหน้า ทั้งนี้ทางโรงแรมฯ ชูจุดเด่นของทำเลที่ตั้ง อันมีความพร้อมในด้านการคมนาคมที่สะดวกสบาย ทั้งเส้นทางรถไฟใต้ดิน และทางด่วนพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้การเดินทางจากโรงแรมฯ สู่สนามบินหลักทั้งสองแห่งของกรุงเทพฯ สนามกอล์ฟ และห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมืองเป็นไปโดยง่าย &#160; มร. มาร์เซล ซอร์เยอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด เปิดเผยว่า “ทางโรงแรมฯ คาดว่า การย้ายสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาสู่ย่านเดียวกันนี้ จะทำให้ความต้องการในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทห้องพักสำหรับนักธุรกิจ และห้องประชุมสัมมนาในย่านห้วยขวางมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งก็ตรงกับเจตนารมณ์ของทางกลุ่มผู้บริหารที่ต้องการขยายฐานตลาดลูกค้าของโรงแรมสวิสโฮเต็ล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/Marcel-Sawyere-.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1525" title="Marcel Sawyere" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/Marcel-Sawyere--195x300.jpg" alt="" width="195" height="300" /></a></p>
<p><strong>เลอ คองคอร์ด</strong><strong> </strong><strong>โฮเต็ล </strong><strong>โดย กลุ่มมหาดำรงค์กุล </strong><strong>ทุ่มงบลงทุนร่วม </strong><strong>2.5 พันล้านบาท</strong><strong> </strong><strong>ขยายโรงแรมในเครือเพิ่มใหม่อีก</strong><strong> 2 แห่งในพัทยา และตราด</strong><strong> พร้อมทั้ง</strong><strong>ปรับ</strong><strong>โฉม </strong><strong>โรงแรม สวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด</strong><strong> กรุงเทพฯ รับตลาดนักธุรกิจและกลุ่มประชุมสัมมนา จับกระแสบูมธุรกิจย่านถนนรัชดาภิเษก </strong><strong></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เตรียมปรับโฉมใหม่ด้วยงบลงทุน 345 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจและประชุมสัมมนา (MICE) โดยทางโรงแรมได้วางจุดขายใหม่ เน้นกระแสความเป็นศูนย์กลางธุรกิจ รับแผนการย้ายสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสู่ย่านถนนรัชดาภิเษกในอีกสองปีข้างหน้า ทั้งนี้ทางโรงแรมฯ ชูจุดเด่นของทำเลที่ตั้ง อันมีความพร้อมในด้านการคมนาคมที่สะดวกสบาย ทั้งเส้นทางรถไฟใต้ดิน และทางด่วนพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้การเดินทางจากโรงแรมฯ สู่สนามบินหลักทั้งสองแห่งของกรุงเทพฯ สนามกอล์ฟ และห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมืองเป็นไปโดยง่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>มร. มาร์เซล ซอร์เยอร์</strong> ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด เปิดเผยว่า “ทางโรงแรมฯ คาดว่า การย้ายสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาสู่ย่านเดียวกันนี้ จะทำให้ความต้องการในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทห้องพักสำหรับนักธุรกิจ และห้องประชุมสัมมนาในย่านห้วยขวางมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งก็ตรงกับเจตนารมณ์ของทางกลุ่มผู้บริหารที่ต้องการขยายฐานตลาดลูกค้าของโรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ดให้มีความหลากหลาย โดยการทุ่มงบประมาณการรีโนเวทและปรับกลยุทธ์ใหม่ในครั้งนี้จะเป็นการแปลงโฉมห้องพัก ห้องจัดเลี้ยง และห้องประชุมสัมมนาใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจเพิ่มมากขึ้น”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของโรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ดแล้ว <strong>วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล</strong> กรรมการผู้จัดการบริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล มีแผนลงทุนก่อสร้างโรงแรมใหม่อีกสองแห่งในพัทยา และจ.ตราด อีกทั้งยังมองหาทำเลเพิ่มเติมเพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับโครงการก่อสร้างโรงแรมแห่งใหม่ทั้งสองแห่งนี้ ทางบริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล คาดว่า จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปีนี้ และใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสองโรงแรม รวมทั้งสิ้น 2 พันล้านบาท โดยทั้งสองโครงการจะเป็นโรงแรมที่มีความหรูหรา พร้อมพรั่งด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งวางจุดขายให้เป็นโรงแรมที่เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าระดับพรีเมี่ยม รวมถึงนักท่องเที่ยว ทั้งชาวยุโรปและเอเชีย ไปจนถึงกลุ่มนักธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุริศศา วิเวกานนท์ (089-923-5723)</p>
<p>ปัทมา วงษ์วนิชกิจ (087-697-1117)</p>
<p>ฝ่ายสื่อสารการตลาด</p>
<p><a href="http://www.swissotel.com/bangkok-leconcorde">www.swissotel.com/bangkok-leconcorde</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พันธวณิชและ 8 องค์กรร่วมลงนาม MOU เพื่อผลักดัน Thaitrade.com</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-8-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-8-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 15:32:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Thaitrade.com]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1512</guid>
		<description><![CDATA[พันธวณิชและ 8 องค์กรร่วมลงนาม MOU เพื่อผลักดัน Thaitrade.com ให้เป็นอีมาร์เก็ตเพลสระดับโลก     กรุงเทพฯ 9 กุมภาพันธ์ 2555 &#8212; ดร. วรภัทร  โตธนะเกษม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการ Pantavanij.com อีมาร์เก็ตเพลสสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ร่วมลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการ Thaitrade.com  ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการส่งออก พร้อมกับพันธมิตรทั้ง 8 องค์กร ได้แก่ กรมส่งเสริมการส่งออก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย  สมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย และ ตลาดกลาง Alibaba.com จากประเทศจีน ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ภายในงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งที่ 49 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>พันธวณิชและ </strong><strong>8 องค์กรร่วมลงนาม MOU เพื่อผลักดัน Thaitrade.com<br />
ให้เป็นอีมาร์เก็ตเพลสระดับโลก</strong></p>
<p align="center"><strong> </strong></p>
<p> <a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/mou-thaitrade1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1514" title="mou-thaitrade" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/mou-thaitrade1-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></p>
<p>กรุงเทพฯ 9 กุมภาพันธ์ 2555 &#8212; ดร. วรภัทร  โตธนะเกษม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการ Pantavanij.com อีมาร์เก็ตเพลสสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ร่วมลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการ Thaitrade.com  ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการส่งออก พร้อมกับพันธมิตรทั้ง 8 องค์กร ได้แก่ กรมส่งเสริมการส่งออก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย  สมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย และ ตลาดกลาง Alibaba.com จากประเทศจีน ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ภายในงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งที่ 49</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร. วรภัทร กล่าวว่า “บริษัท พันธวณิช จำกัด มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำความรู้และประสบการณ์ในฐานะผู้ให้บริการ Pantavanij.com อีมาร์เก็ตเพลสสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กรในประเทศไทยมาร่วมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันโครงการ Thaitrade.com ให้ก้าวไปสู่การเป็นอีมาร์เก็ตเพลสระดับโลก” โดยทางบริษัทฯ จะให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ถึงความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับความต้องการของผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สมาชิกของสามารถเข้าถึงผู้ซื้อระดับองค์กรได้อย่างกว้างขวาง และร่วมจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้ตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาศักยภาพและขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บริษัทฯ ได้ริเริ่มนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาพัฒนากระบวนการจัดซื้อขององค์กรในประเทศเมื่อ 11 ปีที่แล้ว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและลดต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้างให้กับลูกค้า และจากประสบการณ์ในการให้บริการโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ ทำให้บริษัทฯ พัฒนา Pantavanij.com อีมาร์เก็ตเพลสขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายในขั้นตอนการสรรหาสินค้าและบริการ โดยในปัจจุบัน Pantavanij.com อีมาร์เก็ตเพลสมีสมาชิกผู้ขายมากว่า 20,000 ราย</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong><strong></strong></p>
<p>บริษัท พันธวณิช  จำกัด</p>
<p>สุพพตา  บัวเอี่ยม</p>
<p>Marketing Communications Executive</p>
<p>โทรศัพท์   0 2689 4228  แฟกซ์ : 02-679-7474  e-mail : Suppata_b@pantavanij.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-8-%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จีอี รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2554</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 04:48:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จีอี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1480</guid>
		<description><![CDATA[  จีอี รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2554 กำไรต่อหุ้น 0.39 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 11% รายรับภาคอุตสาหกรรม 26.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10% รายรับภายในองค์กรในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 5% คำสั่งซื้อด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 15% เป็นงานประมูลได้ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุด                ในประวัติศาสตร์ของจีอี มูลค่า200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ   เงินสดจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาส 4, คิดเป็น 12.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2554 จีอีวางเป้าผลกำไรเพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักในปี 2555   จุดเด่น ของไตรมาสที่สี่ และตลอดทั้งปี 2554 •           กำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเจ็ดไตรมาส ü ในไตรมาสที่สี่ มีกำไร 0.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11%  กำไรต่อหุ้นของปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> <a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/GE_Logo.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1481" title="GE_Logo" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/02/GE_Logo-300x298.jpg" alt="" width="300" height="298" /></a></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>จีอี รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ </strong><strong>4</strong><strong> ปี </strong><strong>2554 </strong><strong>กำไรต่อหุ้น </strong><strong>0.39</strong><strong> เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น </strong><strong>11% </strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>รายรับภาคอุตสาหกรรม </strong><strong>26.8</strong><strong> พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น </strong><strong>10%</strong><strong></strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>รายรับภายในองค์กรในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น </strong><strong>5%</strong><strong></strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>คำสั่งซื้อด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มขึ้น </strong><strong>15% </strong><strong>เป็นงานประมูลได้ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุด                ในประวัติศาสตร์ของจีอี มูลค่า</strong><strong>200</strong><strong> พันล้านเหรียญสหรัฐฯ</strong><strong></strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>เงินสดจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ </strong><strong>5.5</strong><strong> พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาส </strong><strong>4,</strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>คิดเป็น </strong><strong>12.1</strong><strong> พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ </strong><strong>2554</strong><strong> </strong></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong>จีอีวางเป้าผลกำไรเพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลักในปี </strong><strong>2555</strong><strong></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>จุดเด่น ของไตรมาสที่สี่ และตลอดทั้งปี </strong><strong>2554</strong></p>
<p><strong>•           </strong><strong>กำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเจ็ดไตรมาส</strong><strong></strong></p>
<p>ü ในไตรมาสที่สี่ มีกำไร 0.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11%  กำไรต่อหุ้นของปี 2554 ทั้งปี เพิ่มขึ้น 22% โดยไม่รวมผลกระทบจากการรับซื้อคืน (หรือไถ่ถอน) หุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Redemption) จำนวน 1.37 เหรียญสหรัฐฯ</p>
<p>ü กำไรสุทธิต่อหุ้นของไตรมาสที่สี่คือ 0.37 เพิ่มขึ้น 3%  กำไรสะสมต่อหุ้นของปี 2554 รวมถึงผลกระทบจาก การรับซื้อคืน (หรือไถ่ถอน) หุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Redemption) จำนวน 1.23 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8%<strong></strong></p>
<p>ü ไตรมาสสี่มีรายได้จำนวน 38.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลอดทั้งปีมีรายได้ 147.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ</p>
<p><strong>•           ตัวชี้วัดที่สำคัญยังคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p>ü คำสั่งซื้อด้านโครงสร้างพื้นฐานมีจำนวน 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15% ในไตรมาสนี้ คำสั่งซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 23% การให้บริการเพิ่มขึ้น 7%</p>
<p>ü คำสั่งซื้อจากตลาดเกิดใหม่ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 26% ในไตรมาสนี้</p>
<p>ü คำสั่งซื้อภายในองค์กรเพิ่มขึ้น 9%</p>
<p><strong>•           ไตรมาสที่สี่ จีอีแคปปิตอลมีผลกำไร 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 58% ส่วนกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 89%</strong></p>
<p>ü อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยง ( Tier 1) ของ GECC/GECS อยู่ที่ 11.4%/9.9%</p>
<p>ü ปริมาณการลงทุน 49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13% สำหรับไตรมาสดังกล่าว โดยกำไรอยู่ที่ 5.4%</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>เมืองแฟร์ฟิลด์</strong><strong>,  มลรัฐคอนเนตติคัต </strong><strong>– </strong><strong>20 มกราคม </strong><strong>2555</strong> – จีอี (NYSE: GE) ประกาศผลกำไรจากการประกอบการไตรมาสที่สี่ของปี 2554 จำนวน 4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 0.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น ผลประกอบการเพิ่มขึ้น 6% และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสที่สี่ของปี 2553</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในไตรมาสที่สี่ของปี 2554 จีอีมีรายได้จำนวน 38.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และตลอดทั้งปีมีรายได้ทั้งหมด 147.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ข้อมูลการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สี่ส่งผลให้จีอีปิดปีด้วยงานที่ประมูลได้แล้วมูลค่า 200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีอี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายเจฟฟ์ อิมเมลท์ ประธานและผู้บริหารสูงสุดของจีอี กล่าวว่า “พอร์ตโฟลิโอของจีอี แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ด้วยการส่งต่อความเติบโตของผลประกอบการติดต่อกันเป็นไตรมาสที่เจ็ด ในขณะที่ยังสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจของเรา และการเติบโตของเงินปันผล” เจฟฟ์ อิมเมลท์ ยังกล่าวต่อไปว่า “เราเชื่อมั่นในกรอบการทำงานปี 2555 ของเราว่าจะนำมาซึ่งการเติบโตของผลกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก ทั้งจากธุรกิจภาคอุตสาหกรรมและภาคการเงินของเรา ซึ่งจะเพิ่มผลกำไร และเพิ่มเงินปันผลที่สอดคล้องกับผลกำไร ให้กับผู้ถือหุ้นของเรา”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อิมเมลท์ กล่าวต่อว่า “เราคาดว่าในปี 2555 จะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และเราได้เตรียมรับมือไว้แล้วด้วยการลงทุนในผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ การขยายฐานการตลาดที่เติบโตของเรา และก้าวสำคัญของเราคือการบริหารความเสี่ยงอย่างมั่นคงเข้มแข็ง จีอีแคปปิตอลมีความเข้มแข็ง คงไว้ซึ่งความปลอดภัยและมีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เรามีการปรับโครงสร้างธุรกิจของเราในยุโรปเพื่อให้เข้ากับสภาพตลาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานในไตรมาสที่สี่ มีมูลค่า 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา คำสั่งซื้อภายในองค์กรเพิ่มขึ้น 9% ในไตรมาสที่สี่ ทำให้การเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 7 ไตรมาส และการสั่งซื้อในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมในตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้น 26% สัดส่วนยอดสั่งซื้อต่อยอดส่งมอบอุปกรณ์อยู่ที่ 1.23 สำหรับไตรมาสที่สี่ และ 1.14 สำหรับทั้งปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การสั่งซื้อที่มากของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการบินและพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นการเติบโต การสั่งซื้อในรอบไตรมาสนี้รวมถึง การสั่งซื้อเครื่องบินโอบิ้ง 777-300ER ที่ใช้เครื่องยนต์ GE90 ของจีอี จำนวน 50 ลำ ของสายการบิน   อิมิเรตต์ และการทำสัญญาบริการ 12 ปี จีอียังได้ลงนามสัญญารวมมูลค่าเกือบ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับ Saudi Electricity Company ในการจัดหาเครื่องกังหันก๊าซจำนวน 13 เครื่อง และการบริการร่วมกันสำหรับการขยายโรงไฟฟ้าหกแห่งในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รายได้รวมของไตรมาสที่สี่จำนวน 38.0 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4% ไม่รวมผลกระทบจาก NBCU รายได้ภาคอุตสาหกรรมของจีอีในไตรมาสที่สี่เพิ่มขึ้น 25% เป็นผลมาจากการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักในบราซิล รัสเซีย จีน อินเดีย และภูมิภาคอาเซียน รายได้ถูกกระทบในทางลบจากการลดลงของเงินลงทุนสุทธิ (Ending Net Investment &#8211; ENI) ของจีอีแคปปิตอล และ FX รวมทั้งการเติบโตที่ช้าลงของยุโรป กำไรของภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 2% เป็น 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สี่ ผลกำไรจากการประกอบปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้น 2.5 จุด แต่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2553 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมในปี 2554 รวม 12.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในจำนวนนี้เป็นของไตรมาสที่สี่จำนวน 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จีอีลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) ในปี 2554 สูงกว่าปี 2553 ถึง 16% และจะเป็นการช่วยบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 800 รายการในปี 2555 นี้  หน่วยธุรกิจต่างๆ ของจีอีจะทำงานเพื่อประโยชน์ในการลงทุนของบริษัทที่ได้ทำการวิจัย โดยช่วยให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จ เช่น เครื่องยนต์ LEAP-X ช่วยให้สายการบินต่างๆ จัดการเครื่องบินได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  เครื่องยนต์นี้ผลิตจาก CFM International (บริษัทร่วมทุน 50/50 ระหว่างจีอี กับ Snecma) โดยล่าสุดมียอดสั่งซื้อเครื่องยนต์ดังกล่าวกว่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในงาน Dubai Air Show</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีอี ยังรวมถึงนวัตกรรมล่าสุดด้านเทคโนโลยีกังหันก๊าซ นั่นคือ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม FlexEfficiency 50 ซึ่งนำเอาเทคโนโลยีเครื่องยนต์เจ๊ทมาปรับใช้กับกังหันก๊าซ จึงช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการสร้างพลังงานได้อย่างมาก ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหนึ่งรายการที่ได้ออกแนะนำสู่ตลาดเร็วๆ นี้ คือ Discovery IGS 730 ซึ่งเป็นเครื่องเอ็กซเรย์แบบเคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีแขนหุ่นยนต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อิมเมลท์สรุปว่า “เราปิดปี 2554 ด้วยการขับเคลื่อนไปข้างหน้าและกำลังมุ่งไปสู่ความแข็งแกร่งในปี 2555 กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมของเราจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจีอีแคปปิตอลจะเข้มแข็งและทำกำไร เรามีเงินสดมากพอที่จะเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น และบริษัทจะมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่เพื่อนักลงทุน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เกี่ยวกับจีอี</strong><strong></strong></p>
<p>จีอีมุ่งมั่นในการคิดค้นสิ่งที่ดีต่อมนุษยชาติ ด้วยบุคลากรที่เก่งที่สุด และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ยากที่สุด  โดยมุ่งหาวิธีแก้ปัญหาในด้านพลังงาน สุขภาพและที่อยู่อาศัย การขนส่งและการเงิน ด้วยการสร้างและเพิ่มพลังการขับเคลื่อนในการดูแลรักษาโลกของเรา  เหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่จีอีเราลงมือทำ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.ge.com/">www.ge.com</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ</strong><strong></strong></p>
<p>เมธาวี เฉลิมธนศักดิ์/ภคินี เทียมคลี</p>
<p>บริษัท เอฟ เอ คิว จำกัด</p>
<p>โทรศัพท์: 1+66 2 971 3711 ต่อ 120</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครือธนาคารกสิกรไทยกำไร 24,226 ล้านบาท เพิ่ม 20.85%</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 03:12:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1458</guid>
		<description><![CDATA[นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2554 จำนวน 24,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4,179 ล้านบาท หรือ 20.85%  โดยในปีนี้มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของสินเชื่อ และการจัดการโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินให้สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ย ทำให้มีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.75%  และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 19.78% ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ในขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Efficiency Ratio) อยู่ที่ 47.53% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เครือธนาคารกสิกรไทยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 1,722,940 ล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1,210,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 133,853 ล้านบาท หรือ 12.43% [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-226" title="kbank_logo" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo-300x202.jpg" alt="" width="300" height="202" /></a></p>
<p>นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2554 จำนวน 24,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4,179 ล้านบาท หรือ 20.85%  โดยในปีนี้มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของสินเชื่อ และการจัดการโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินให้สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ย ทำให้มีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.75%  และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 19.78% ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ในขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Efficiency Ratio) อยู่ที่ 47.53% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน</p>
<p>ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เครือธนาคารกสิกรไทยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 1,722,940 ล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1,210,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 133,853 ล้านบาท หรือ 12.43% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และเงินให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย นอกจากนี้เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL Gross) อยู่ที่ระดับ 2.45 % ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 2.91% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการด้านสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับเงินรับฝากมีจำนวน 1,242,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 142,193 ล้านบาท หรือ 12.93% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากประจำพิเศษที่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า</p>
<p>ตามที่ธนาคารและบริษัทย่อยได้เปิดเผยผลกระทบจากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิทางภาษี เป็นร้อยละ 23 ในปี 2555 และร้อยละ 20 ในปี 2556 และ 2557 ตามมติคณะรัฐมนตรีไว้ในไตรมาส 3 ปี 2554 นั้น เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ได้มีการประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีดังกล่าวแล้ว ทำให้ธนาคารและบริษัทย่อยต้องปรับตัวเลขภาษีเงินได้ที่เกิดจากรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพียงครั้งเดียวในงบกำไรขาดทุนไตรมาส 4 ปี 2554 ตามที่มาตรฐานการบัญชีกำหนด และเนื่องจากเป็นการปรับรายการทางบัญชี จึงไม่มีรายการจ่ายจริงให้แก่กรมสรรพากร และไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการทำกำไร และเงินกองทุนของธนาคารแต่อย่างใด  ทั้งนี้  ธนาคารและบริษัทย่อยจะได้รับประโยชน์จากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าวตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยสำรองเงิน</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 07:28:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1443</guid>
		<description><![CDATA[กสิกรไทยสำรองเงินสดใส่ ATM รับตรุษจีน 28,000 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทยสำรองเงินสดสำหรับบรรจุเครื่องเอทีเอ็ม ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2555 จำนวน 28,000 ล้านบาท โดยเตรียมไว้สำหรับพื้นที่ในกทม. 16,000 ล้านบาท และต่างจังหวัด 12,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ช่วงวันตรุษจีนในปี 2554 ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยมีการสำรองเงินสดสำหรับบรรจุเครื่องเอทีเอ็มไว้จำนวน 24,400 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินสำหรับพื้นที่ในกทม.14,900 ล้านบาท และต่างจังหวัด 9,500 ล้านบาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสิกรไทยสำรองเงินสดใส่ </strong><strong>ATM รับตรุษจีน 28,000 ล้านบาท</strong></p>
<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-226" title="kbank_logo" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo-300x202.jpg" alt="" width="300" height="202" /></a></p>
<p>ธนาคารกสิกรไทยสำรองเงินสดสำหรับบรรจุเครื่องเอทีเอ็ม ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2555 จำนวน 28,000 ล้านบาท โดยเตรียมไว้สำหรับพื้นที่ในกทม. 16,000 ล้านบาท และต่างจังหวัด 12,000 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ ช่วงวันตรุษจีนในปี 2554 ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยมีการสำรองเงินสดสำหรับบรรจุเครื่องเอทีเอ็มไว้จำนวน 24,400 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินสำหรับพื้นที่ในกทม.14,900 ล้านบาท และต่างจังหวัด 9,500 ล้านบาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดคอนโดรัชดา-พระรามเก้า</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 04:46:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[รัชดา-พระรามเก้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1434</guid>
		<description><![CDATA[รายงานตลาดที่อยู่อาศัย อาคารชุดคอนโดมิเนียมบริเวณแยกรัชดา-พระรามเก้า เมื่อศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร หรือย่าน CBD เช่น ถนนสีลม ถนนสาทร และถนนสุขุมวิท เริ่มมีที่ดินที่เหลือในการพัฒนาน้อยลงเรื่อยๆ ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงต้องมองหาทำเลใหม่เพื่อขยับขยายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย บริเวณแยกรัชดา-พระรามเก้า เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น สำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถเดินทางสัญจรได้สะดวกรวดเร็ว มีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ผ่าน อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจใหญ่ เช่น ถนนอโศก  สามารถเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที อยู่ใกล้สถานที่อำนวยความสะดวกและสำนักงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานใหญ่ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวพบว่า ช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในรัศมี 700 เมตรจากแยกรัชดา-พระรามเก้าถึง 10 โครงการ รวมประมาณ 8,900 หน่วย มียอดจองหรือขายแล้วเกือบร้อยละ 80 โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานในเมือง โดยเฉพาะย่านอโศก-รัชดา และนักลงทุนเพื่อซื้อไว้ปล่อยเช่าให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ จากโครงการทั้งหมด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>ร</strong><strong>ายงานตลาดที่อยู่อาศัย </strong><strong>อาคารชุดคอนโดมิเนียมบริเวณแยกรัชดา</strong><strong>-พระรามเก้า</strong></p>
<p align="center"><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/01/metroskyratchada.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1435" title="metroskyratchada" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2012/01/metroskyratchada-300x157.jpg" alt="" width="300" height="157" /></a></p>
<p>เมื่อศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร หรือย่าน CBD เช่น ถนนสีลม ถนนสาทร และถนนสุขุมวิท เริ่มมีที่ดินที่เหลือในการพัฒนาน้อยลงเรื่อยๆ ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงต้องมองหาทำเลใหม่เพื่อขยับขยายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย</p>
<p>บริเวณแยกรัชดา-พระรามเก้า เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น สำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถเดินทางสัญจรได้สะดวกรวดเร็ว มีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ผ่าน อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจใหญ่ เช่น ถนนอโศก  สามารถเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที อยู่ใกล้สถานที่อำนวยความสะดวกและสำนักงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานใหญ่ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า</p>
<p>ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวพบว่า ช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในรัศมี 700 เมตรจากแยกรัชดา-พระรามเก้าถึง 10 โครงการ รวมประมาณ 8,900 หน่วย มียอดจองหรือขายแล้วเกือบร้อยละ 80 โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานในเมือง โดยเฉพาะย่านอโศก-รัชดา และนักลงทุนเพื่อซื้อไว้ปล่อยเช่าให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ</p>
<p>จากโครงการทั้งหมด 10 โครงการนั้น เป็นโครงการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Companies) ถึง 9 โครงการ รวมประมาณ 8,400 หน่วย (คิดเป็นถึงร้อยละ 95 ของหน่วยทั้งหมด) มียอดขายแล้วประมาณร้อยละ 80 ขณะที่โครงการจากผู้ประกอบการนอกตลาดมีเพียงโครงการเดียวเท่านั้น และมียอดขายแล้วมากกว่าครึ่ง จะเห็นว่าผู้ประกอบการรายใหญ่มีส่วนแบ่งการตลาดมาก ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ดินในย่านนี้เริ่มมีราคาแพง จึงทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ทีมีทุนทรัพย์มากกว่ามีความได้เปรียบ</p>
<p>โครงการอาคารชุดคอนโดมิเนียมเหล่านี้มีอัตราการขายเฉลี่ยตั้งแต่ 10-30 หน่วยต่อโครงการต่อเดือน สำหรับโครงการที่เปิดตัวเมื่อ 4-5 ปีก่อนมีราคาขายประมาณตารางเมตรละ 45,000 บาท แต่ถึงปัจจุบัน ราคาขายสำหรับโครงการที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2554 มีราคาขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณตารางเมตรละ 80,000-135,000 บาท</p>
<p>ราคาประเมินที่ดินของทางบริเวณถนนพระรามเก้า ช่วงแยกพระรามเก้า-รัชดาภิเษก อยู่ที่ประมาณ 150,000-220,000 บาทต่อตารางวา บริเวณถนนรัชดาภิเษก ช่วงแยกพระรามเก้าถึงแยกห้วยขวาง อยู่ที่ประมาณ 100,000-250,000 บาทต่อตารางวา อย่างไรก็ตาม ราคาซื้อขายจริงอาจสูงเป็นเท่าตัว แล้วแต่ที่ตั้งและทำเล</p>
<p>ทำเลรัชดา-พระรามเก้า เป็นย่านที่ยังมีแนวโน้มการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าใหม่ ทั้งที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอุปทานห้องชุดคอนโดมิเนียมในตลาดก็มีไม่น้อย นอกจากอุปทานปัจจุบันที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ ยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 ราย ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวโครงการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณตารางเมตรละ 80,000-100,000 บาท ซึ่งจะทำให้หน่วยรวมของห้องชุดทั้งหมดในย่านดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 10,000 หน่วย ภายในต้นปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p align="center">
<p align="center"><strong><em>ข้อความจำกัดความรับผิดชอบ</em></strong></p>
<p><em>ข้อมูลสถิติ ข้อเขียนใด ๆ ที่ปรากฏในรายงานผลการสำรวจฉบับนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้รับมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือจากการประมวลผลที่เชื่อถือได้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ตรวจสอบจนมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว  แต่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องหรือความเป็นจริง และไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ๆ จากการใช้ข้อมูล ผู้นำข้อมูลไปใช้พึงใช้วิจารณญาณ และตรวจสอบตามความเหมาะสม</em><em></em></p>
<p align="center"><strong><br clear="all" /> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p align="center"><strong> </strong></p>
<p align="center"><strong>ตัวอย่างโครงการอาคารชุดย่านแยกรัชดา</strong><strong>-พระรามเก้า</strong></p>
<table width="611" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center"><strong>ลำดับ</strong><strong></strong></p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">
<p align="center"><strong>โครงการ</strong><strong></strong></p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">
<p align="center"><strong>ผู้ประกอบการ</strong><strong></strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">1</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">A Space อโศก-รัชดา</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. อารียา พรอพเพอร์ตี้</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">2</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">A Attitude</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. อารียา พรอพเพอร์ตี้</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">3</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">ศุภาลัย ปาร์ค อโศก-รัชดา</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. ศุภาลัย</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">4</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">The Mark รัชดา-แอร์พอร์ตลิงค์</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บจ. วินโปร เอ็นจิเนียร์</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">5</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">Belle Avenue</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. แกรนด์ คาแนล แลนด์</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">6</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">PG พระราม 9</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ.ปรีชากรุ๊ป</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">7</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">PG 2 พระราม 9</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ.ปรีชากรุ๊ป</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">8</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">ลุมพินี เพลส พระราม 9-รัชดา เฟสที่ 1</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">9</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">ลุมพินี เพลส พระราม 9-รัชดา เฟสที่ 2</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="57">
<p align="center">10</p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="235">Ivy Ampio</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="318">บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p align="center"><strong> </strong></p>
<p align="center"><strong>จำนวนหน่วยโครงการอาคารชุดย่านแยกรัชดา</strong><strong>-พระรามเก้า</strong><strong></strong></p>
<table width="627" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">
<p align="center"><strong>รายการ</strong><strong></strong></p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">
<p align="center"><strong>จำนวนหน่วยโดยประมาณ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">จำนวนห้องชุดทั้งหมด (ปัจจุบัน)</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">
<p align="center">8,900</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">หน่วยจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">
<p align="center">8,450</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">หน่วยจากผู้ประกอบการนอกตลาดหลักทรัพย์</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">
<p align="center">450</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">ยอดจองและขาย</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="313">
<p align="center">7,000</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p align="center"><strong> </strong></p>
<p align="center"><strong>ราคาขายโครงการอาคารชุดย่านแยกรัชดา</strong><strong>-พระรามเก้า</strong><strong></strong></p>
<table width="631" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="315">
<p align="center"><strong>รายการ</strong><strong></strong></p>
</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="315">
<p align="center"><strong>ราคาขายโดยประมาณ </strong><strong></strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="315">ราคาต่อตารางเมตรต่ำสุด</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="315">
<p align="center">45,000 บาท</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="315">ราคาต่อตารางเมตรสูงสุด</td>
<td valign="bottom" nowrap="nowrap" width="315">
<p align="center">135,000 บาท</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em>หมายเหตุ</em><em>: ราคาขายนี้เป็นราคาขายโดยประมาณที่โครงการประกาศ ณ วันที่ศูนย์ข้อมูลฯ ทำการสำรวจเท่านั้น ไม่รวมราคาขายที่ผู้ซื้อนำมาขายต่อ</em><strong></strong></p>
<p align="center">
<p style="text-align: left;" align="center"><strong>ฝ่ายวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ </strong><strong></strong></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><strong>ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์</strong><strong></strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค่าใช้จ่ายเครื่องเซ่นไหว้&#8230;เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 03:24:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1431</guid>
		<description><![CDATA[วันขึ้นปีใหม่ของคนจีน หรือเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ถือว่ามาถึงเร็วกว่าทุกปี โดยตรงกับวันที่ 23 มกราคม 2555 ซึ่งโดยปกติปีก่อนๆ วันตรุษจีนจะอยู่ในช่วงต้น-กลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้บรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนในปีนี้มีปัจจัยกดดดันจากกำลังซื้อของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมและปรับปรุงที่พักอาศัย รวมทั้งซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านใหม่ ประกอบกับราคาพลังงานที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงและในบางช่วงปรับตัวสูงขึ้น โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมกราคม 2555 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นไปแล้วถึง 5 ครั้งรวมการปรับขึ้นไปประมาณ 3.57 บาท/ลิตร ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ประชาชนคนไทยหันมาประหยัดและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นวันสำคัญที่สุดของกลุ่มคนเชื้อสายจีน ที่มีการสืบทอดประเพณีติดต่อกันมา นอกเหนือจากเทศกาลสำคัญอย่างสารทจีน ไหว้พระจันทร์ และเทศกาลกราบไหว้บรรพบุรษที่ล่วงลับ(เช็งเม้ง) ฉะนั้นการจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อใช้ในพิธีกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงยังคงได้รับการปฏิบัติจากลูกหลานจีนในไทย ประกอบกับราคาสินค้าประเภทอาหารในเดือนมกราคมปี 2555 ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 7 (YoY) สูงกว่าช่วงตรุษจีนปีก่อนที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ยังคงต้องการซื้อสินค้าเกี่ยวกับเครื่องเซ่นไหว้จำนวนเท่าเดิมปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีกำลังซื้อจำกัดก็อาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของใช้เซ่นไหว้โดยใช้งบประมาณเท่าเดิม แต่จำนวนของที่ซื้ออาจน้อยลง โดยซื้อเฉพาะเท่าที่จำเป็น โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2555 เม็ดเงินที่คนกรุงเทพฯใช้จับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ จะปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.5 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,280 ล้านบาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-316" title="kbank_logo" src="http://thaibiznews.net/wp-content/uploads/2011/06/kbank_logo1-300x202.jpg" alt="" width="300" height="202" /></a></p>
<p>วันขึ้นปีใหม่ของคนจีน หรือเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ถือว่ามาถึงเร็วกว่าทุกปี โดยตรงกับวันที่ 23 มกราคม 2555 ซึ่งโดยปกติปีก่อนๆ วันตรุษจีนจะอยู่ในช่วงต้น-กลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้บรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนในปีนี้มีปัจจัยกดดดันจากกำลังซื้อของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมและปรับปรุงที่พักอาศัย รวมทั้งซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านใหม่ ประกอบกับราคาพลังงานที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงและในบางช่วงปรับตัวสูงขึ้น โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมกราคม 2555 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นไปแล้วถึง 5 ครั้งรวมการปรับขึ้นไปประมาณ 3.57 บาท/ลิตร ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ประชาชนคนไทยหันมาประหยัดและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นวันสำคัญที่สุดของกลุ่มคนเชื้อสายจีน ที่มีการสืบทอดประเพณีติดต่อกันมา นอกเหนือจากเทศกาลสำคัญอย่างสารทจีน ไหว้พระจันทร์ และเทศกาลกราบไหว้บรรพบุรษที่ล่วงลับ(เช็งเม้ง) ฉะนั้นการจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อใช้ในพิธีกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงยังคงได้รับการปฏิบัติจากลูกหลานจีนในไทย ประกอบกับราคาสินค้าประเภทอาหารในเดือนมกราคมปี 2555 ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 7 (YoY) สูงกว่าช่วงตรุษจีนปีก่อนที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ยังคงต้องการซื้อสินค้าเกี่ยวกับเครื่องเซ่นไหว้จำนวนเท่าเดิมปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีกำลังซื้อจำกัดก็อาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของใช้เซ่นไหว้โดยใช้งบประมาณเท่าเดิม แต่จำนวนของที่ซื้ออาจน้อยลง โดยซื้อเฉพาะเท่าที่จำเป็น <strong>โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2555 เม็ดเงินที่คนกรุงเทพฯใช้จับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ จะปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3.5 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5</strong><strong>,280 ล้านบาท</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยืนยันเปิดระบบรอจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง 15,000 บาท ให้ทันมกราคม 55</title>
		<link>http://thaibiznews.net/%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaibiznews.net/%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 06:27:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaibiznews.net/?p=1416</guid>
		<description><![CDATA[&#160; กรมบัญชีกลางยืนยันเปิดระบบรอจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง 15,000 บาท ให้ทันมกราคม 55 กรมบัญชีกลางยืนยัน เตรียมจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ข้าราชการ และลูกจ้างฯลฯ  รวมเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 15,000 บาท  โดยขอให้ส่วนราชการเร่งทำคำสั่งปรับเงินเพิ่มฯ และขอเบิกมาภายในเดือนมกราคม 2555   ทางกรมฯ จะดำเนินการเปิดรอบการสั่งจ่ายให้เป็นกรณีพิเศษ  นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์ กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของ           ส่วนราชการ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเมื่อกระทรวงการคลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 แล้ว ขอให้ส่วนราชการต่าง ๆ เร่งดำเนินการออกคำสั่งเพื่อปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเท่ากับผลต่างของเงินเดือนหรือค่าจ้างหลังจากที่ได้ปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนค่าจ้างประจำปีเรียบร้อยแล้ว และขอเบิกมายังกรมฯ ได้ตลอดเวลาภายในเดือนมกราคม 2555 โดยกรมฯ จะเปิดรอบการจ่ายเงินให้เป็นกรณีพิเศษ  เนื่องจากปกติการจ่ายตรงเงินเดือนจะมีรอบของการจ่ายนำเข้าข้อมูลในระบบเพื่อขอเบิกไว้ในแต่ละเดือน  โดยเดือนมกราคมนี้กำหนดไว้วันที่ 12 มกราคม  แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษสำหรับส่วนราชการที่ดำเนินการออกคำสั่งและขอเบิกมาทันภายในเดือนมกราคม เพื่อเป็นของขวัญสำหรับบุคลากรภาครัฐได้รับเงินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี นายรังสรรค์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้เตรียมการเพื่อสนับสนุนให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการ      ได้ทัน โดยเชิญส่วนราชการต่าง ๆ มาประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการต่าง ๆ และศึกษาระเบียบฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p align="center"><strong>กรมบัญชีกลางยืนยันเปิดระบบรอจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง 15,000 บาท ให้ทันมกราคม 55</strong></p>
<p align="center">
<p><strong>กรมบัญชีกลางยืนยัน เตรียมจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ข้าราชการ และลูกจ้างฯลฯ  รวมเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 15,000 บาท  โดยขอให้ส่วนราชการเร่งทำคำสั่งปรับเงินเพิ่มฯ และขอเบิกมาภายในเดือนมกราคม 2555   ทางกรมฯ จะดำเนินการเปิดรอบการสั่งจ่ายให้เป็นกรณีพิเศษ  </strong><strong></strong></p>
<p>นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์ กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของ           ส่วนราชการ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเมื่อกระทรวงการคลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 แล้ว ขอให้ส่วนราชการต่าง ๆ เร่งดำเนินการออกคำสั่งเพื่อปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเท่ากับผลต่างของเงินเดือนหรือค่าจ้างหลังจากที่ได้ปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนค่าจ้างประจำปีเรียบร้อยแล้ว และขอเบิกมายังกรมฯ ได้ตลอดเวลาภายในเดือนมกราคม 2555 โดยกรมฯ จะเปิดรอบการจ่ายเงินให้เป็นกรณีพิเศษ  เนื่องจากปกติการจ่ายตรงเงินเดือนจะมีรอบของการจ่ายนำเข้าข้อมูลในระบบเพื่อขอเบิกไว้ในแต่ละเดือน  โดยเดือนมกราคมนี้กำหนดไว้วันที่ 12 มกราคม  แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษสำหรับส่วนราชการที่ดำเนินการออกคำสั่งและขอเบิกมาทันภายในเดือนมกราคม เพื่อเป็นของขวัญสำหรับบุคลากรภาครัฐได้รับเงินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี</p>
<p>นายรังสรรค์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้เตรียมการเพื่อสนับสนุนให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการ      ได้ทัน โดยเชิญส่วนราชการต่าง ๆ มาประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการต่าง ๆ และศึกษาระเบียบฯ ไว้ล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจ  รับฟังปัญหาต่าง ๆ และให้คำแนะนำ ในวันที่ 18–19 มกราคม 2555 นี้   ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการมีความเข้าใจและเตรียมดำเนินการไว้ล่วงหน้า ได้อย่างถูกต้อง สำหรับบุคลากรภาครัฐหรือประชาชนทั่วไปที่สนใจและต้องการศึกษาระเบียบดังกล่าวก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซด์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaibiznews.net/%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

